เลทส์โก อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ คำชะโนด ถ้ำนาคา เขาสามวาฬ3 วัน 2 คืน

อุดรธานี , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

สายมูห้ามพลาด!! ท่องดินเเดนพญานาค คำชะโนดถิ่นตำนาน สุดอลังการถ้ำนาคา ชมเเสงเเรกถ้ำนาคา ภูทอกเสน่ห์แห่งขุนเขา เกาะคำชะโนด – ถนนคนเดินอุดรธานี - บึงโขงหลง หนองคาย – วัดผาตากเสื้อ – Skywalk - วัดโพธิ์ชัย บึงกาฬ – เขาสามวาฬ – วัดป่าภูก้อน - ถ้ำนาคา ภูทอก – พิพิธภัณฑ์อุดรธานี - วัดโพธิสมภรณ์

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

11-13 กุมภาพันธ์ 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿12,317
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿2,000

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินอุดรธานี - บึงกาฬ - ศาลปู่อือลือนาคราช -บึงโขงหลง - ถ้ำนาคา
  • 04:05
    • พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เพื่อเตรียมตัวเดินทาง และผ่านขั้นตอนการเช็คอิน
  • 07:05
    • บินลัดฟ้าสู่ สนามบินอุดรธานี โดยสายการบิน THAI SMILE เที่ยวบินที่ WE2 (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)

    • สำคัญโปรดอ่าน : เนื่องจากผู้เดินทางต่ำกว่า 10 ท่าน ทำให้ไม่สามารถออกตั๋วเครื่องบินแบบกรุ๊ปได้ ดังนั้นสายการบิน ไฟล์ทบิน และราคาตั๋วเครื่องบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบก่อนออกตั๋วเครื่องบิน
  • 08:15
    • เดินทางถึง สนามบินอุดรธานี หลังจากรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถตู้วีไอพี นำท่านเดินทางสู่ จังหวัดบึงกาฬ (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 3 ชั่วโมง) นำท่านเดินทางสู่ นำชมและถ่ายภาพ บึงโขงหลง ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น มีจุดดูนกอยู่ดอนสวรรค์ เป็นแหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ มองเห็นภูลังกาเป็นฉากหลัง จากนั้น คณะถ่ายภาพคู่กับ ศาลปู่อือลือนาคราช พญานาคผู้ถูกสาบแห่งบึงโขงหลง
    บึงโขงหลง ตั้งอยู่ที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมช...

    บึงโขงหลง ตั้งอยู่ที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น จุุดท่องเที่ยวเด่น คือ สวนสาธารณะบึงโขงหลง แหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ที่มีหอชมนก และระเบียงชมวิว โดยเฉพาะในยามเย็นซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินมีบรรยากาศที่งดงามมาก นอกจากนี้หากมาเที่ยวในฤดูร้อนจะได้เห็นหาดคำสมบูรณ์วิวเนินทรายที่สวยงาม ที่มีหาดทรายทอดยาว บึงโขงหลง เป็นบึงที่มีน้ำตลอดปี ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี กิจกรรมที่น่าสนใจ คือ นั่งเรือชมวิวรอบบึง สัมผัสกับธรรมชาติและสายน้ำที่สวยงาม บึงโขงหลง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของบึงกาฬที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด บึงโขงหลง มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างมาก หากขับรถมาตามเส้นทางจะเห็นวิวของบึงทอดยาวควบคู่ไปกับถนน แต่จุดที่แนะนำ คือ บริเวณสวนสาธารณะบึงโขงหลง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในพื่นที่และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความงามของบึงแห่งนี้ ที่สามารถจอดรถชมวิว เดินเล่นสัมผัสบรรยากาศของบึงโขงหลงได้แบบสะดวกสบาย สวนสาธารณะบึงโขงหลง ตั้งอยู่ทางด้านหลัง โรงเรียนบึงโขงหลง หรือหากเดินทางมาจากหาดคำสมบูรณ์ สามารถใช้ทางลัดโดยผ่านโครงการฝายบึงโขงหลงเลาะริมบึงมาเรื่อยๆ จะมีทางแยกเข้าไปในสวนสาธารณะแห่งนี้ หากเดินทางมาไม่ถูกแนะนำให้สอบถามชาวบ้านในละแวกนั้น เพราะจะไม่มีป้ายบอกทาง บริเวณสวนสาธารณะ มี หอชมนก ซึ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีบานหน้าต่างหรือช่องกระจก สามารถมองออกไปชมวิวบึวได้ในมุมสูง สามารถแวะชมวิวในแต่ละชั้นได้แบบ 360 องศา บริเวณด้านล่างจะมีร้านค้าชุมชนไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว บรรยากาศโดยรอบของสวนสาธารณะบึงโขงหลง มีลมพัดเย็นสบาย สดชื่นมาก มีระเบียงชมวิวทอดยาว และศาลาริมบึงเอาไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมวิวสวยๆ ของบึงโขหลง โดยเฉพาะในยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าบรรยากาศดีมาก นอกจากนี้ยังมีอาคารกังหันลมสีชมพูหวานแหววสำหรับเช็คอนินถ่ายภาพ หากขับรถไปจนสุดเส้นทางของบึงโชงหลง จะมีร้านอาหารประมาณ 3-4 ร้าน ซึ่งตั้งอยู่ริมบึงโขงหลง ทานอาหาร รับลมเย็น ชมวิวไปด้วย ร้านอาหารแต่ละร้านส่วนใหญ่จัดเป็นซุ้มกระท่อม โต๊ะ เก้าอี้ริมบึง และที่แบบเบาะปูพื้นริมบึง สำหรับอาหารส่วนใหญ่แต่ละร้านเน้นเป็นเมนูส้มตำ ยำ ปลาเผา เราลองสุ่มไปทานร้านที่คนนั่งเยอะสุด เพราะคิดว่าน่าจะโอเคแต่พอได้ลองทาน โดยส่วนตัวผิดหวังรสชาติไม่ถูกปากออกจะจืดไปสักหน่อย แนะนำลองทานร้านที่ไม่มีคนบ้างอาจจะอร่อยกว่าก็ได้ ประวัติความเป็นมาของบึงโขงหลง ในปี พ.ศ.2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการพัฒนาบึงโขงหลงเพื่อนำน้ำจากบึงโขงหลงไปพัฒนาการเกษตรได้อย่างเต็มที่ โครงการชลประทานอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง จึงเกิดขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2522 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานและทรงเยี่ยมราษฎร บริเวณอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง ในขณะนั้น เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ กรมชลประทานจึงได้พิจารณาวางโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง ในปี พ.ศ.2523 และสร้างเสร็จในปีเดียวกัน “ทรงมีพระราชดำริวางโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลงเพื่อป้องกันอุทกภัย และนำน้ำจากบึงไปพัฒนาการเกษตรให้ได้เต็มที่” ที่นี่กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภค-บริโภค เลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก ตลอดจนแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ในวันนี้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้หลากหลาย และมีผลผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้ที่มากขึ้นด้วย

    V WONDERLAND
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

    • นำท่านเดินทางไปยัง ถ้ำนาคา เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ค่ะ โดยตั้งอยู่ใกล้กับ วัดถ้ำชัยมงคล ความสวมงามของที่นี่ก็คือ รูปทรงของหินขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างคล้ายกับ งูยักษ์ หรือ พญานาค และทำให้ถ้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ และเรื่องลึกลับ ภายในถ้ำ จะพบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งดูๆไปจะคล้ายๆ กับเกล็ดของงูขนาดใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูสวยงาม แปลกตา และก็น่าพิศวงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการพบหินที่มีลักษณะเหมือนเป็นส่วนหัวของงูยักษ์ในบริเวณที่ไม่ไกลกันมากจากตัวถ้ำอีกด้วย เป็นการท่องเที่ยวดูธรรมชาติที่ที่สร้างสรรค์ความแปลกตา สวยงาม และลึกลับ น่าค้นหาเป็นที่สุด
    ถ้าพูดถึงตำนานความเชื่อของคนไทยแล้ว ตำนานพญานาค เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธ...

    ถ้าพูดถึงตำนานความเชื่อของคนไทยแล้ว ตำนานพญานาค เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน และแน่นแฟ้นมากๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่จะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ พญานาค อยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือที่นี่ค่ะ ถ้ำนาคา บึงกาฬ ถ้ำสวย Unseen สุดลึกลับ ใน อุทยานแห่งชาติภูลังกา ถ้ำนาคา เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ค่ะ และตั้งอยู่ใกล้กับ วัดถ้ำชัยมงคล ความสวมงามแปลกตาของที่นี่กก็คือ รูปทรงของหินขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างเหมือน งูยักษ์ หรือ พญานาค นั่นเอง ทำให้ถ้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ และเรื่องลึกลับ ภายในถ้ำ จะพบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งถ้ามองไปจะคล้ายๆ กับเกล็ดของงูขนาดใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูสวยงาม แต่ก็น่าพิศวงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการพบหินที่มีลักษณะเหมือนเป็นส่วนหัวของงูยักษ์ในบริเวณที่ไม่ไกลกันมากจากตัวถ้ำอีกด้วย ส่วนหัวพญานาค แห่งที่ 2 และไม่นานมานี้ ทางทีมสำรวจได้ทำการค้นพบ ส่วนหัวพญานาคแห่งที่ 2 โดยหินตรงนี้จะมีลักษณะคล้ายกับหัวงูยักษ์ และมีเกล็ดที่เห็นเด่นชัด เรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์ใจมากๆ โดยส่วนหัวพญานาคที่ 2 นี้ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดินธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์ฯ พระธาตุเจดีย์ อยู่ระหว่าง ยอดเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ไปยอดเจดีย์พระอาจารย์เสาร์ เจดีย์หลวงปู่วังค่ะ ตำนานพญานาค ตำนานพญานาค ในถ้ำนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อที่ว่า ถ้ำนาคา คือ พญานาค หรือ งูยักษ์ ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินนั่นเอง ด้วยสาเหตุที่ว่า บริวารของพญานาค ผู้ครองเมืองบาดาล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ และเมืองบาดาลที่พญานาคและบริวาร อาศัยอยู่ก็คือ บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬปัจจุบันค่ะ

    V WONDERLAND
  • ค่ำ
    • บริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร

    • พักที่ THE ONE HOTEL หรือระดับเทียบเท่าเดียวกัน
วันที่สอง 2 : เขาสามวาฬ - ภูทอก - หนองคาย - วัดผาตากเสื้อ - SKYWALK - วัดโพธิ์ชัย - อุดรธานี - วัดป่าภูก...
  • 04:30
    • ตื่นเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ จุดชมวิวหินสามวาฬ โดยรถของชาวบ้านท้องถิ่น หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองดูจากมุมสูงในระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน พร้อมนำท่านชมพระอาทิตย์ขึ้น หากอากาศดีเราจะได้สัมผัสทะเลหมอกอย่างสวยงาม จากนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพแห่งความประทับใจตามอัธยาศัย ณ จุดชมวิวผาถ้ำฤๅษี จากนั้น คณะเดินทางสู่ กำแพงภูสิงห์ นำคณะกราบนมัสการ หลวงพ่อพระสิงห์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของภูสิงห์ ณ ลานสิงห์หมอบ ซึ่งมีก้อนหินลักษณะคล้ายสิงห์กำลังหมอบอยู่ จนได้เวลาอันสมควร คณะเดินทางกลับสู่ที่พัก
    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของภูสิงห์ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อน...

    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของภูสิงห์ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ในพื้นที่ของภูสิงห์ เต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ หน้าผา และถ้ำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงามที่ชวนให้สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก

    chompoo
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำท่านเดินทางไปยัง วัดเจติยาศรีวิหาร หรือวัดภูทอก ตั้งอยู่ในบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ภูทอก ภาษาอีสานแปลว่าภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอกนั้นมี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยสามารถชมได้คือภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ ภูทอก โดยใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมารอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียนรอบเขาซึ่งจะ ได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอก

    • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง หนองคาย (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) จากนั้นนำท่านไปยัง วัดผาตากเสื้อ และ SKYWALK เป็นวัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทย-ลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเดินลัดเลาะตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและ ทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่วัดมีชื่อว่า “วัดผาตากเสื้อ” เป็นวัดแห่งหนึ่งที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เนื่องจากเป็นตั้งอยู่ที่สูงบนยอดเขาสูง หากขึ้นไปบนผาจะเห็นว่ามีวิวที่สวยงามสามารถที่จะมองเห็นด้านล่างทั้งฝั่งไทย ซึ่งเป็นอำเภอสังคมและทางฝั่งลาวที่มีแม่น้ำโขงกั้นอยู่ หากไปช่วงหน้าหนาวที่ผาแห่งนี้เป็นอีกจุดหนึ่งมีทะเลหมอกด้วย ภาพวิวจะพบกับเขาต่างๆที่เกิดขึ้นสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำสวยงาม
    วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2483 โดยพระอาจารย์จวน กุ...

    วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2483 โดยพระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ ได้มาบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ภูวัว อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย คืนหนึ่งได้เกิดนิมิตรขึ้นเห็นปราสาท 2 หลัง ลักษณะสวยงามมากอยู่ทางด้านภูทอกน้อย ดังนั้นพระอาจารย์จวนกุลเชฎโฐ จึงได้เดินทางมาพิสูจน์ตามที่เกิดนิมิตร และได้พบลักษณะภูมิประเทศที่สวยงานร่มรื่น เหมาะที่จะปฏิบัติธรรม จึงได้สำรวจ และปักกรดอยู่ที่ ถ้ำบนภูทอก กับพระครูศริธรรมวัฒน์ ต่อมาชาวบ้านคำแคนเห็นพระอาจารย์จวน ธุดงภ์มาอยู่ที่ภูทอก จึงพร้อมใจกันอารธนาให้สร้างวัด ขึ้นที่ภูทอก

    chompoo
    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของ...

    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะ ตามหน้าผาเพื่อชม ธรรมชาติและ ทิวทัศน์ที่สวยงามได้ ในอำเภอสังคมนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าที่อื่น ๆ ในจังหวัดหนองคาย และที่วัดแห่งหนึ่งมีชื่อว่า "วัดผาตากเสื้อ" เป็นวัดแห่งหนึ่งที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังเป็นที่จุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย เนื่องจากเป็นตั้งอยู่ที่สูงบนยอดเขา หากขึ้นไปบนผาจะเห็นว่ามีวิวที่สวยงามสามารถที่จะมองเห็นด้านล่างทั้งฝั่งไทย ซึ่งเป็นอำเภอสังคมและทางฝั่งลาวที่มีแม่น้ำโขงกั้นอยู่ หากไปช่วงหน้าหนาวที่ผาแห่งนี้เป็นอีกจุดหนึ่งมีทะเลหมอกด้วย วิวจะพบกับเขาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำโขง ข้างบนจะเป็นวัดเหมาะสำหรับปฏิบัติธรรมด้วย เพราะว่าเป็นวันที่ร่มรื่นและมีความเงียบสงบ สำหรับประวัติความเป็นมานั้น เนื่องจากมีพระรูปหนึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหรียญซึ่งท่านได้ห้ามไว้ชื่อ "พระอาจารย์ สมเดช" แต่ด้วยความตั้งใจท่านได้ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรที่นั้นจนได้ ท่าใช้บริเวณบนยอดภูเป็นหลักในการเข้าสู่ถาวะสงบทางใจ เวลาท่านขึ้นไปยอดภูจึงต้องได้ปีนจากด้านล่างทั้งหินและใช้เถาวัลย์ในการช่วย หลายครั้งตอนเช้าทางบิณฑบาตแล้วตกลงมาทำให้ข้าวในบาตรตกออกไป บางครั้งมีอาการปวดบ่อยครั้ง แต่ท่านไม่เคยให้โยมช่วยทุกครั้งท่านจะขึ้นไปเอง พอระยะเวลานานเข้าได้มีโยมพยายามอาสาช่วยให้สร้างทางขึ้นแต่กระนั้นทางขึ้นจากหมู่บ้านเป็นผาสูง เลยต้องสร้างจากด้านอื่นแทน และได้ก่อสร้างมาเป็นวัด โดยท่านผู้ว่าจังหวัดในสมัยนั้นให้มีโครงการสร้างทางขึ้นด้วยรถตัดดินและได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สองข้างทางขึ้นจะเป็นโครงการปลุกป่าเฉลิมพระเกียรติด้วย ได้มีการเทลาดยางบางจุดรวมระยะทางจากถนนใหญ่เกือบ 8 กิโลเมตร ข้างในวัดนอกจากจะมีผาที่สูงเพื่อยังมีสิ่งปลูกสร้างของทางวัดที่ร่มรื่นมาก อย่างเช่นศาลาเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้เครื่องปั่นไฟและใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีอุโบสถที่สวยงามและทางบันไดที่สวย ด้านบนสามารถรับชมวิวได้ด้วยนอกจากนั้นได้ข่าวว่ามีการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของอริยสงฆ์ เช่น หลวงปู่มั่นไว้ด้วย

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

    • นำท่านเดินทางสู่ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) จากเดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากวัดนี้เคยใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และว่ากันว่ามีผีดุ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัย ในสมัยรัตนโกสินทร์แล้วจึงยกฐานะขึ้นมาเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2524 ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย ที่หล่อด้วยทองสุกอันเป็นเนื้อทองคำถึง 92 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีพระพุทธลักษณะอันงดงามอย่างมาก โดยมีตำนานที่เล่าสืบกันมาถึงประวัติของหลวงพ่อพระใสว่าสร้างขึ้นโดยพระธิดา 3 องค์ ของพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งล้านช้างซึ่งได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า “พระสุก” ประจำพระธิดาคนโต “พระเสริม” ประจำพระธิดาคนกลาง และ “พระใส” ประจำพระธิดาคนสุดท้อง ซึ่งมีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

    • นำท่านเดินทางไปยัง วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เป็นที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร สัตว์ป่า และต้นไม้นานาชนิด วิหารของวัดป่าภูก้อน งดงาม ตระการตาแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ที่มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในวิหารจะถูกตกแต่งอย่างงดงามเป็นอย่างมากทีเดียว โดยจะแฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบๆทั่วผาผนังมีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ มีการตกแต่งรูปแบบภาพปั้นนูนต่ำ หล่อด้วยทองแดง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติทั้ง 10 ชาติ ด้านบนของทุกภาพจะถูกแกะสลักด้วยบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนพื้นหินอ่อนสีขาว ถือว่าเป็นผนังวิหารที่มีเอกลักษณ์งดงามยิ่งนัก

    • นำท่านเพลิดเพลิน ถนนคนเดินอุดรธานี ซึ่งจะมีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม งานหัตถกรรม งานศิลปะ สินค้าหายาก และสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่วนของลานกิจกรรมมีการส่งเสริมกลุ่มนักเรียน นักศึกษาให้แสดงความสามารถทางดนตรี เปิดให้บริการวันศุกร์ และ เสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.

    • พักที่ BROWN HOUSE HOTEL หรือระดับเทียบเท่าเดียวกัน เป็นโรงแรมสไตล์อีสาน ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้าน ไม้เก่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มินิมอลลิสต์ตามวิถีการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นและดั้งเดิมของชาวอีสาน
    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พ...

    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ การประดิษฐาน เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น" การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

    chompoo
    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน...

    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร มี ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม การเดินทางไปวัดป่าภูก้อน อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 124 กิโลเมตร จากจังหวัดอุดรธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) ไปยังบ้านนาคำใหญ่ อำเภอนายูง

    Rattanaphon Pattha
วันที่สาม 3 : เกาะคำชะโนด - พิพิธภัณฑ์อุดรธานี - วัดโพธิสมภรณ์ - สนามบินอุดรธานี - สนามบินสุวรรณภูมิ
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำท่านเดินทางไปยัง เกาะคำชะโนด เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และดินแดนลี้ลับ จุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลและโลกมนุษย์ สถานที่แห่งนี้ปรากฏในตำนานพื้นบ้านที่เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ และองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี และสิ่งลี้ลับต่างๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจรวมศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ร่มเย็น เพราะปกคลุมไปด้วยต้นชะโนดทั่วบริเวณ ให้ท่านได้กราบไหว้ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธขอโชค ขอพร ขอลาภ ตามอัธยาศัย

    • บริเวณด้านหน้าทางเข้าเกาะคำชะโนด มีร้านให้จำหน่ายบายศรี หรือเครื่องถวายต่างๆ จากนั้นเมื่อเดินเข้าไปยังเกาะคำชะโนดมีจุดไหว้สักการะต่างๆ ดังนี้ - จุดที่ 1 ศาลาทำพิธีที่มีรูปปั้นของพ่อปู่ศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา (บริเวณจุดนี้จะมีพ่อพราหมณ์คอยให้คำแนะนำในการทำพิธี) o สำหรับท่านใดที่ต้องการบน หรือขอพรให้พ่อปู่แม่ย่าช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ทางด้านขวาของศาลาทำพิธี จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ นอกจากนี้สำหรับท่านที่ต้องการบน และขอพรสามารถรับชุดบนได้ที่จุดให้บริการ โดยทำบุญตามกำลังทรัพย์ของท่าน หมายเหตุ: ชุดบน ประกอบไปด้วย จานใส่ดอกดาวเรือง เทียน ใบเขียนคำบนหรือคำอธิษฐานของท่าน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมอบกระดาษหนึ่งใบสำหรับเก็บไว้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมตัวหากคำอธิษฐานของท่านเป็นจริง o สำหรับท่านใดที่นำบายศรีพญานาคมาถวายให้หันหน้าของบายศรีพญานาคเข้าหาตัวเรา หลังจากกล่าวบูชาจบ พ่อพราหมณ์จะนำบายศรี ไปวางไว้ที่หน้าของพ่อปู่ และแม่ย่า แต่ท่านใดที่ประสงค์นำกลับ สามารถนำกลับได้ - จุดที่ 2 หลังเสร็ตสิ้นพิธี จากตรงศาลาของพ่อปู่และแม่ย่าทางด้านขวาจะเป็นต้นไทรใหญ่เพื่อไปกราบไหว้พ่อปู และแม่ย่าอีกครั้งที่ต้นไทรใหญ่ - จุดที่ 3 ศาลเจ้าตรงต้นมะเดื่อยักษ์ ต้นมะเดื่อขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปี ที่เชื่อกันว่าเป็นขุมทรัพย์ของพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา ผู้มักนิยมมากราบไหว้ขอพร (ให้ถูกหวย) - จุดที่ 4 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีความเชื่อว่า เป็นจุดเชื่อมต่อกับโลกบาดาล มีน้ำผุดตลอดทั้งปี
    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำ...

    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา มีความเชื่อที่ว่า คำชะโนด เป็นสถานที่ขึ้นลงระหว่างมนุษยพิภพกับนาคพิภพของพญาสุทโธนาคราช ผู้สร้างแม่น้ำโขงและเป็นเจ้าของปลาบึก เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดมีพื้นที่ 50 ไร่ มีบ่อน้ำอยู่กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ก่อขอบปูนสูง 60 เซนติเมตร ใกล้กับบ่อน้ำจะมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่ 2 ศาล เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บนถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้า คำชะโนด ต้องถอดรองเท้าไว้บริเวณจุดถอดรองเท้า หรือจะใส่กระเป๋าถือไปก็ได้ จะไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินเข้าไป จากนั้นเดินเข้าไปยังบันไดพญานาคที่ทอดยาวไปถึงบริเวณป่าคำชะโนด สำหรับใครที่อยากไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ–แม่ย่าศรีปทุมมา ด้วยพานบายศรีพญานาคมีร้านขายพานสำหรับสักการะพ่อปู่และแม่ย่าสนนราคาหลักร้อยต้นๆ จะซื้อก่อนเข้าคำชะโนดก็ได้มีร้านตั้งขายอยู่ริมถนนหลายร้าน เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ขึ้นเต็มบริเวณ ชะโนดเป็นภาษาเขมร (โตนด = ต้นตาล) ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณคำชะโนดทุกคนควรจะสำรวมกิริยาอาการ และไปไหว้พระพุทธรูปที่ศาลหลังแรก และไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธก่อน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่มี 2 ศาล เพื่อให้คนที่ไปคำชะโนดได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บน ถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน บริเวณตรงกลางคำชะโนดจะมีบ่อน้ำที่ลึกมาก ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านดุงเล่าว่าไม้ไผ่ 6 ลำ ต่อกันก็หยั่งไม่ถึง และน้ำในบ่อไม่เคยแห้งเลย เชื่อกันว่าบ่อน้ำคำชะโนดทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้ พญาสุทโธนาคราช หากประสงค์จะขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะต้องมาขึ้นที่คำชะโนดเพียงแห่งเดียว เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธบ่อน้ำนี้เป็นบ่อของพญานาคสุทโธจึงเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ดื่มกินรักษาโรคได้ สามารถใช้ลูบหัวเพื่อความเป็นศิริมงคล ด้านหลังของคำชะโนด จัดทำเป็นทางเดินไม้ชมบรรยากาศของป่าคำชะโนด ที่รายล้อมด้วย ต้นไม้สูงใหญ่ โดยเฉพาะต้นชะ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ บางคนที่ชอบเสี่ยงโชคก็เดินไปที่ต้นมะเดื่อและต้นชะโนดเพื่อเฝ้าหา เลขเด็ดบริเวณรากต้นมะเดื่อ ตามความเชื่อที่ว่าจะให้โชคลาภ รวมถึงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกวันก่อนหวยออก บรรยากาศภายในเกาะคำชะโนด เริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางไปกราบไหว้ขอโชคลาภ ทั้งจากศาลปู่ศรีสุทโธและต้นคำชะโนด

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร พิเศษ!! บริการท่านด้วยเมนูแหนมเนือง

    • นำท่านเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี อาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล แบบยุโรป ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับ ความเป็นมาจังหวัดอุดรธานีตั้งแต่ประวัติศาสตร์โบราณคดีธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงพระประวัติและพระเกียรติคุณของกรมหลวงประจักษ์ศิลาปาคมผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานีโดยการทำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วย เสนอปรับบรรยากาศให้มีมุมถ่ายภาพชิคๆ ชิลๆ ทำให้การท่องเที่ยวชมพิพิธภณัฑ์น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

    • จากนั้นเดินทางไปสักการะ วัดโพธิสมภรณ์ เป็นพระอารามหลวง ที่ตำบลหมากแข้ง มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 โดยมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร(โพธิ เนติโพธิ) ตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งสร้างวัด ซึ่งเหล่าชาวบ้านต่างนิยมเรียกว่า วัดใหม่ ต่อมาพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ได้ทรงประทานนามว่า “วัดโพธิสมภรณ์” ให้เป็นอนุสรณ์แก่ท่าน พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ผู้สร้างวัดนี
    หลายคนที่มาอุดรธานีคงเคยแวะมาเช็กอินที่เป็ดเหลืองยักษ์ซึ่งลอยอยู่กลางหนองประจักษ...

    หลายคนที่มาอุดรธานีคงเคยแวะมาเช็กอินที่เป็ดเหลืองยักษ์ซึ่งลอยอยู่กลางหนองประจักษ์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง และไม่ไกลจากเป็ดเหลือง หลายคนก็อาจจะมองเห็นตึกสีเหลืองที่คนอุดรคุ้นกันดีในชื่อ ‘ตึกราชินูเก่า’ ซึ่งจริงๆ แล้วตึกนี้คือ ‘พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี’ ซึ่งเปิดให้เข้าชมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากปิดซ่อมบูรณะครั้งใหญ่มากว่า 4 ปี

    chompoo
    วัดโพธิสมภรณ์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอารามหล...

    วัดโพธิสมภรณ์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอารามหลวงที่ถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมากเลยค่ะ สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5 โดย มหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ซึ่งท่านได้ชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งมาสร้างวัด ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดใหม่ แต่ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก็ได้ทรงประทานนามว่า วัดโพธิสมภรณ์ ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรผู้สร้างวัดแห่งนี้ค่ะ ไฮไลท์ ของ วัดโพธิสมภรณ์ ภายในวัดก็จะมีไฮไลท์ อย่าง พระพุทธรัศมี พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย อายุราว 600 ปี พระพุทธรูปศิลาแลง ปางประธานพร สมัยลพบุรี อายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชาวเมืองอุดรฯ ให้ความเคารพกันเป็นอย่างมากเลยค่ะ มีคนมากราบไหว้ขอพรอยู่เสมอๆ จนเรียกกันว่า พระขอ ค่ะ ซึ่งหมายถึงถ้าเราขออะไรก็จะได้อย่างนั้นนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ก็จะมี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ รอยพระพุทธบาทจำลอง ตู้พระไตรปิฎกลายทองลดน้ำ และ พระบรมธาตุธรรมเจดีย์ เจดีย์พิพิธภัณฑ์ 3 ชั้นที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมายเลยค่ะ วัดโพธิสมภรณ์ แห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำคัญของอุดรธานีเลยค่ะ และยังเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ ด้วย ถึงแม้ว่าวัดนี้จะอยู่ใจกลางเมือง แต่ก็เงียบสงบ ร่มรื่นอย่างมากเลยค่ะ

    Rattanaphon Pattha
  • 20:10
    • บินลัดฟ้าสู่ สนามบินอุดรธานี โดยสายการบิน THAI SMILE เที่ยวบินที่ WE9 (ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)
  • 21:15
    • เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 5,000 THB
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  •  กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ

    กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้

    ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 30 วัน ขึ้นไป คืนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน ของค่าทัวร์ที่ชำระแล้ว และหักค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง ได้แก่ ค่ายานพาหนะ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการ 50 % แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) ถึง 14 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

     ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน

    ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ

    ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

     มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

     เงื่อนไขการเดินทาง ระเบียบ ข้อจำกัดการเดินทาง ในแต่ละจังหวัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของภาครัฐ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางต้องมีความพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขของจังหวัดนั้นๆ

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่ารถโดยสารตลอดเส้นทาง ตามรายการที่ระบุ (ยังไม่รวมทิปคนขับรถ)

    ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ

    น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง Carry on 7 Kg/ท่าน

    ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ

    ค่าอาหารตามที่รายการระบุ โดยทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

    ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัทเท่านั้น

    ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตราฐานตามที่รายการระบุ (พักห้องละ 2-3 ท่าน ต่อห้อง กรณีที่พัก 3 ท่าน เป็นการนอนเตียงเสริม 1 ท่าน) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทนโดยอ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

    ค่าจ้างไกด์นำเที่ยวคอยบริการ และ อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

    ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) กรณีต้องการซื้อประกันเพิ่มเพื่อคุ้มครองสุขภาพกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ

    น้ำหนักสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง 20Kg/ท่าน (กรณีที่เดินทางด้วยสายการบิน ไทยสมายด์เท่านั้น)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)

    ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น

    ค่าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง 400 บาท / 15 KG (กรณีที่เดินทางด้วยสายการบินอื่นที่ไม่ได้รวมค่าสัมภาระ)

    ค่าทิปคนขับรถ และไกด์นำเที่ยว ท่านละ 300 บาท

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿12,317
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿12,317
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿12,317
0 บทวิจารณ์