เบตง สุดฟินชมทะเลหมอก ใต้สุดแดนสยาม 4วัน 3คืน

ชุมพร , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

- ขึ้น สกายวอล์คชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ชมวิวทะเลหมอกแบบ 360 องศา

- ชมบ้านขุนพิทักษ์รายา บ้านโบราณร้อยปี สักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แห่งเมืองปัตตานี

- ล่องเรือชมความงามทะเลสาบฮาลาบาลา เที่ยวชม เกาะทวด พร้อมขอพรรับโชคลาภสุดเฮง

- ชมจุดไฮไลท์สุดฮิต สตรีทอาร์ตเบตง, ตู้ไปรษณีย์โบราณ, อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ และป้ายใต้สุดสยาม

- ชมอุโมงค์ปิยะมิตร ถ่ายรูปสุดเก๋กับต้นไม้พันปี, ชมความงามสวนหมื่นบุปผา, แช่เท้าบ่อน้ำพุร้อนเบตง

- พาชิมเฉาก๊วยเบตง(วุ๊นดำ ก.ม.4) ต้นตำหรับอร่อยระดับตำนาน

- ลิ้มรสเมนูชื่อดัง ไก่เบตง, เคาหยก, จิ้มจุ่มปลานิลสายน้ำไหล และปลาจีนหรือปลานิลสายน้ำไหลนึ่งซีอิ้ว

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

03-06 ธันวาคม 2021
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
10-13 ธันวาคม 2021
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
30 ธันวาคม-02 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
31 ธันวาคม-03 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
06-09 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
08-11 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
13-16 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
15-18 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
20-23 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
22-25 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000
27-30 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿14,125
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿4,000

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ สนามบินดอนเมือง–หาดใหญ่–ปัตตานี–ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว-บ้านขุนพิทักษ์รายา-ยะลา-จ...
  • 05:00
    • คณะพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง บริเวณอาคาร 2 ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร **หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 20 นาที เนื่องจากตั๋วเครื่องบินของคณะเป็นตั๋วชั้นประหยัดพิเศษ ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกันและไม่สามารถเลือกช่วงที่นั่งบนเครื่องบินได้ในคณะซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขสายการบิน * ผู้เดินทางจะต้องเตรียมหลักฐานการจองผ่านโครงการทัวร์เที่ยวไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแสกนยืนยันสิทธิ์ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางหากผู้เดินทางไม่ได้แสกนยืนยันสิทธิ์กับเจ้าหน้าที่*
  • 07:00
    • ออกเดินทางบินลัดฟ้าสู่ หาดใหญ่ โดย สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีบริการอาหารว่างและน้ำดื่มท่านละ 1 ชุด
  • 08:30
    • เดินทางถึง สนามบินหาดใหญ่ ให้ท่านรับสัมภาระให้เรียบร้อย ไกด์นำเที่ยวรอท่านอยู่ด้านนอกที่จุดนัดพบ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่จังหวัดปัตตานี โดยรถตู้ปรับอากาศ*หากต้องการเลือกที่นั่งบนรถมีค่าบริการเพิ่มเติม* (ระยะทาง 118 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง โดยประมาณ)

    • จากนั้นนำท่านชม ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เชื่อกันว่าผู้มาขอพรให้โชคลาภจะได้ผล หรือแม้แต่การค้าขายที่ซบเซาหรือขาดทุนก็กลับรุ่งเรืองขึ้นจนทำให้เกิดความนับถือศรัทธาอย่างมาก ชาวปัตตานีจึงได้นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะสลักเป็นรูปบูชาและรสร้างศาลเจ้าขึ้นสักการะ สำหรับองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาโชคลาภ ค้าขาย ซึ่งเป็นที่นิยมมากราบไหว้ของพรเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต

    • จากนั้นนำท่านชม บ้านขุนพิทักษ์รายา สร้างขึ้นมาประมาณปี พ.ศ. 2460 อายุกว่า 100 ปี บ้านขุนพิทักษ์รายาเป็นเรือนแถว 2 ชั้น 2 คูหา 2 ช่วงเสา รูปแบบของตึกแถวมีการประยุกต์ระหว่างสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นและสถาปัตยกรรมจีน ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและเป็นภาพสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของย่านนี้ อีกทั้งยังมีการบันทึกกล่าวถึงตำแหน่งของบ้านขุนพิทักษ์รายาในสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสปัตตานี และมีภาพบ้านขุนพิทักษ์รายาปรากฏอยู่ในภาพถ่ายในช่วงปี พ.ศ.2484 ที่มีเหตุการณ์ยกพลขึ้นบกของกองทัพญี่ปุ่น
    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง...

    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ปัตตานีมาตั้งแต่โบราณ ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง ปัตตานี เดิมศาลเจ้านี้มีชื่อเรียกว่า "ศาลเจ้าซูก๋ง" ตามหลักฐานที่จารึกอยู่ในศาลเจ้า ตั้งขึ้นในปีปีพุทธศักราช 2117 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา แม้ศาลเจ้านี้จะตั้งมาเก่าแก่นับได้หลายศตวรรษ แต่ด้วยบุญญาภินิหารของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว ศาลเจ้านี้จึงมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนเสมอมามิได้ขาด

    V WONDERLAND
    ประวัติและความสำคัญ บ้านขุนพิทักษ์รายาตั้งอยู่ในย่านหัวตลาดหรือย่านตลาดจีน ถนนปั...

    ประวัติและความสำคัญ บ้านขุนพิทักษ์รายาตั้งอยู่ในย่านหัวตลาดหรือย่านตลาดจีน ถนนปัตตานีภิรมย์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและเป็นภาพสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของย่านนี้ พื้นที่ชุมชนหัวตลาด เป็นพื้นที่ย่านการค้าและพักอาศัยของชุมชนชาวจีนกลุ่มแรกๆที่เข้ามายังปัตตานี มีถนนปัตตานีภิรมย์ตัดเลียบขนานกับแม่น้ำปัตตานี ถัดมาเป็นถนนอุดมวิถีและถนนนาเกลือ มีถนนที่ตัดตั้งฉากและเชื่อมถนนสามเส้นนี้คือ ถนนอาเนาะรู ถนนมายอ ถนนฤาดี ถนนปรีดาและถนนพิพิธ ซึ่งทั้งสองชุมชน พบบ้านเรือนและร้านค้าของชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนอาเนาะรูซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ต่อมายังถนนปัตตานีภิรมย์ซึ่งวิ่งขนานกับแม่ปัตตานี ในอดีตแม่น้ำปัตตานีเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ใช้ในการคมนาคม อีกทั้งแม่น้ำปัตตานียังไหลเข้ามาในสู่แผ่นดิน แตกแขนงเป็นแม่น้ำลำคลองสายย่อยๆ หนึ่งในนั้นคือ คลองอาเนาะซูงา ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนอาเนาะซูงา มีสมาชิกในชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม บ้านขุนพิทักษ์รายาเป็นเรือนแถว 2 ชั้น 2 คูหา 2 ช่วงเสา รูปแบบของตึกแถวมีการประยุกต์ระหว่างสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นและสถาปัตยกรรมจีน มีอายุประมาณ 90-120 ปี ชั้นหนึ่งของอาคารมีโครงสร้างเป็นผนังรับน้ำหนักโดยใช้อิฐก่อและฉาบด้วยปูน โดยผนังฝั่งที่ติดข้างบ้านเป็นการใช้ผนังร่วมกัน ซึ่งเป็นบ้านที่เป็นพี่น้องกัน โดยผนังฝั่งนี้ยังพบร่องรอยของระดับหลังคาเดิมของบ้านก่อนที่จะมีการปรับปรุงมาเป็นรูปแบบที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ชั้นสองของอาคารเป็นโครงสร้างเสาคาน เสาไม้เชื่อมต่อลงมาถึงชั้นหนึ่งของบ้าน หลังคาส่วนหน้าอาคารเป็นทรงจั่ว ส่วนหลังของอาคารเป็นทรงปั้นหยา มีพาลัยหลังคาทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองของอาคาร โดยหลังคาทั้งหมดมุงด้วยกระเบื้องดินเผามุงหลังคาแบบปลายแหลม ลักษณะการเจาะช่องเปิด ชั้นล่างฝั่งหน้าบ้านเป็นประตูบานเฟี้ยม 10พับ ลายสายฝนด้านบนมีช่องลมเพื่อระบายอากาศ ชั้นล่างฝั่งด้านข้างบ้านมีประตูบานเปิดแบบจีนขนาบข้างด้วยหน้าต่าง ทางฝั่งหลังบ้านมีประตูแบบจีนจำนวน 2 บาน ชั้นบนทั้งหมดของอาคารมีลักษณะเป็นผนังไม้ตีแนวนอนแบบเข้าลิ้นไม้ และมีหน้าต่างลูกฟักแบ่งสามช่วงเปิดยาวถึงพื้น โดยลูกฟักกลางเป็นบานเกล็ดเปิดกระทุ้ง ด้านหน้าอาคารมีหน้าต่างยาวจำนวน 2 บาน และเหนือกรอบหน้าต่างเป็นช่องแสงกรุกระจก ส่วนฝั่งด้านข้างบ้านเป็นผนังไม้และมีหน้าต่างลูกฟักเช่นเดียวกับด้านหน้าบ้านจำนวน 5 บานและฝั่งด้านหลังบ้านอีก 2 บาน เหนือกรอบบานมีช่องลมตลอดแนว

    chompoo
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน
  • บ่าย
    • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยัง อำเภอเบตง ระหว่างทางนำท่านจอดแวะถ่ายรูปบริเวณ สะพานข้ามเขื่อนบางลาง บริเวณบ้านคอกช้าง อ.ธารโต สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อล่นระยะทางในการเดินทาง จากเดิม

    • ที่จะต้องไปตามไหล่เขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 410 ยะลา–เบตง เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักถ่ายรูปและยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินทางต่อ อำเภอเบตง ตั้งอยู่ใต้สุดฝั่งตะวันตกของประเทศไทย มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย โอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาสันการาคีรี ภูมิประเทศของอำเภอเบตง ด้วยภูมิประเทศแบบนี้จึงทำให้เบตงมีอากาศที่ดี อากาศเย็น และมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี ดังคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” คำว่า เบตง มาจากภาษามลายู "Buluh Betong" หมายถึง "ไม้ไผ่ขนาดใหญ่" หรือที่คนในพื้นที่จะรียกไผ่ชนิดนี้ว่า ไผ่ตง ดังนั้นต้นไผ่ตงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอำเภอเบตง

    • จากนั้นนำท่านแวะจุดเช็คอินสุดฮิต ให้ท่านอิสระถ่ายรูป ป้ายโอเคเบตง

    • จากนั้นนำคณะเดินชมจุดเด่นที่ได้รับความนิยมของตัวเมืองเบตงได้แก่ สตรีทอาร์ท หรือ ถนนศิลปะ งานศิลปะที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของความเป็นเบตงได้อย่างดี จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานที่งดงามดังกล่าว เกิดจากทาง อ.เบตง จ.ยะลา ได้มีการจัดงาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสร้างหมุดหมายที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของชาวเบตงและ สร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเมืองเบตงมาช้านาน คือ ตู้ไปรษณีย์โบราณ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2482 สูง 2.9 เมตร โดยผู้ที่ดำริแนวคิดคือ นายสงวน จิรจินดา อดีตนายไปรษณีย์โทรเลขเบตง ที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเบตง คนแรก ในปัจจุบันนี้ตู้ไปรษณีย์แห่งนี้ยังเปิดใช้งานได้ และนักท่องเที่ยวมักจะซื้อโปสการ์ด เขียนและส่งจดหมายถึงญาติคนรัก หรือส่งถึงตัวเอง เก็บไว้เป็นความทรงจำ

    • จากนั้นนำท่านชม อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เจาะผ่านภูเขาเพื่อเชื่อมต่อส่วนขยายของเมืองไปอีกฟากของตัวเมือง อุโมงค์แห่งนี้ยังเป็นอุโมงค์ที่ผู้คนสามารถใช้สัญจรไปมาด้วยรถยนต์แห่งแรกของประเทศไทย ภายในอุโมงค์ตกแต่งประดับประดาด้วยไฟหลากสี เปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544
    เมื่อก้าวมาถึงสะพานข้ามเขื่อนบางลาง เป็นอีกสถานที่สำหรับการพักผ่อนและชมวิวทิวทัศ...

    เมื่อก้าวมาถึงสะพานข้ามเขื่อนบางลาง เป็นอีกสถานที่สำหรับการพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ภูเขาที่โอบล้อมเขื่อนบางลาง กั้นแม่น้ำปัตตานีที่บริเวณบ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ห่างจากตัวอำเภอเมือง 58 กิโลเมตร ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความสูง 85 เมตร มีความสวยงาม และช่วงเช้าบางวันจะสามารถเห็นหมอกบางๆ บรรยากาศดี โอโซนสูญให้เต็มปลอด ขอบอกเบตงอากาศดีมากๆ #โอเคเบตง #หลงรักเบตง

    chompoo
    เป็นอำเภอชายแดนใต้สุดของประเทศไทย อยู่ห่างจากยะลา 115 กม. เบตงเป็นเมืองใหญ่ มีคว...

    เป็นอำเภอชายแดนใต้สุดของประเทศไทย อยู่ห่างจากยะลา 115 กม. เบตงเป็นเมืองใหญ่ มีความเจริญ ทัดเทียมกับจังหวัดยะลาเลยทีเดียว มีอาคารร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมมากมาย มีถนนเชื่อมสู่เขตสหพันธรัฐ มาเลเซียตรงด่านเบตงซึ่งอยู่ใต้สุดของเขตแดนไทย ตัวเมืองตั้งอยู่ในเขตที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสูงอากาศเย็นสบาย สามารถปลูกดอกไม้ได้ทั้งปี "จนได้ชื่อว่าเมืองในหมอก ดอกไม้งาม" มีนกนางแอ่นเป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ช่วงเดือนกันยายน-มีนาคม จะมีนกนางแอ่นมาพักอาศัยในเมืองนี้นับหมื่นตัว

    chompoo
    เที่ยว เบตง ยะลา นอกจากจะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่...

    เที่ยว เบตง ยะลา นอกจากจะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่อยู่นอกเมือง เช่น ชมทะเลหมอก แวะสวนดอกไม้ เที่ยวอุโมงค์ปิยะมิตร ดูต้นไม้ยักษ์ แช่น้ำร้อน แน่นอนกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ เที่ยวในตัวเมืองเบตง ชมวีถีชีวิตของผู้คน อาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกลางหุบเขา ถ่ายภาพสตรีทอาร์ตน่ารักที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของความเป็นเบตงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยแต่งแต้มสีสันให้เมืองเบตงมีบรรยากาศที่สดใส และน่าเที่ยวมากขึ้น โดยภาพวาดมีประมาณ 11 ภาพ แต่ละภาพจะวาดอยู่ตามผนังอาคารบ้านเรือน ในตรอกซอกซอย ให้ได้แวะแชะถ่ายภาพ ครีเอทท่ากันอย่างสนุกสนาน ในตัวเมืองเบตงค่อนข้างเล็กมาก หากเที่ยวรอบเมืองพร้อมแวะถ่ายภาพสตรีทอาร์ตและจุดสำคัญใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ทั่ว ศูนย์กลางของเมือง คือ หอนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสี่แยก มองเห็นเด่นมาแต่ไกล หอนาฬิกาเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมายาวนาน เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของเมือง บริเวณหอนาฬิกาจะเรียกว่าเป็นความคึกคัก ที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ และรอบหอนาฬิกามีทั้งที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้

    Rattanaphon Pattha
    อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เป็น อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อำ...

    อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เป็น อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สร้างขึ้นมาก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สัญจรไปมาค่ะ โดยสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร และมีความยาวตลอดอุโมงค์ระยะทางประมาณ 273 เมตรค่ะ ที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 นั่นเองค่ะ ไฮไลท์ ของ อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ตลอดทั้งวันนั้น จะมีรถยนต์ขับผ่านเข้าออกไปมา และด้านในอุโมงค์ก็จะมีทางเดินที่สามารถเดินเที่ยวชมได้อีกด้วยค่ะ ในบางช่วงจะมีการเปิดไฟประดับอุโมงค์ ทำให้ถือว่าเป็นไฮไลท์สวยๆ ของยะลา ที่ต้องมาเช็คอินถ่ายรูปกันค่ะ ซึ่งในช่วงเย็นๆ จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปหน้าอุโมงค์นี้กันอย่างมากมายเลย สำหรับใครที่จะมาเที่ยวเมืองเบตงอยู่แล้ว ก็สามารถเดินลอดจากอุโมงค์นี้ไปที่ หอนาฬิกาและตู้ไปรษณีย์ใหญ่ ได้เลยด้วยค่ะเพราะ อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ จะอยู่ในบริเวณของ ถนนอมฤทธิ์ ตัดกับถนนภักดีดำรง ผ่านสวนสาธารณะและออกสู่ถนนบริเวณหน้าสวนนก ที่เชื่อมต่อกับถนนมงคลประจักษ์ ทะลุไปจนถึงชุมชนเมืองใหม่ ของ หมู่บ้านแกรนด์วิว และเชื่อมต่อกับถนนอัยเยอร์เบอร์จัง ไปจนถึงชุมชนธารน้ำทิพย์ นั่นเอง ทำให้เหมือนเป็นทางเชื่อมไปสู่ที่อื่นๆ ของเบตงนั่นเองค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นไก่เบตง ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับปาก อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ กันด้วยนะคะ เพราะนอกจากไก่เบตงจะเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเบตงแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอำเภอเบตงอีกด้วยค่ะ จัดว่าเป็นที่เที่ยวเช็คอินของเบตง ที่ต้องห้ามพลาดคร้าาา

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารค่ำ

    • ที่พัก Grand Mandarin Betong Hotel ระดับ 4 ดาว
วันที่สอง 2 : หาดใหญ่–ปัตตานี–ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว–บ้านขุนพิทักษ์รายา-ยะลา–จุดชมวิวสะพานข้ามเขื่อนบาง...
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า

    • จากนั้นเดินทางไปยัง วัดพุทธาธิวาส วัดคู่เมืองเบตง เดิมชื่อวัดเบตง ก่อตั้งเมื่อ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2460 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นเนินเขาสูงเอียงลาดลงไปทางทิศเหนือ จัดแบ่งพื้นที่วัดออกเป็นชั้นทั้งหมด 5 ชั้น ตั้งเด่นสง่าอยู่บนเนินเขามีพระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศตั้งโดดเด่นมองเห็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์โดยในองค์มหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล

    • จากนั้นนำท่านสู่ วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง หรือวัดกวนอิมตั้งอยู่บริเวณเนินเขาของสวนสุดสยาม วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพสำคัญๆหลายองค์ อาทิ เจ้าแม่กวนอิม ท่านแป๊ะกง ท่านกวงกง เจ้าแม่จิวหวังเหย่ ยี่หวังต้าตี้ หวาโถ่วเซียนซื่อ ขงจื้อ เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียเลื่อมใสศรัทธาเดินทางมาสักการะขอพรเป็นจำนวนมาก ส่วนมากจะขอพพรด้านการมีบุตรและโชคลาภ

    • จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังบริเวณพรมแดน ไทย – มาเล ฯ จุดผ่านแดนถาวรที่เชื่อมระหว่างสองประเทศ ถ่ายรูปกับ ป้ายใต้สุดสยาม ถือเป็นจุดเช็คอินไฮไลท์อีกหนึ่งจุดว่าท่านได้มาเยือนถึงแนวเขตแดนใต้สุดของประเทศไทย

    • จากนั้นนำท่านแวะชมและถ่ายรูปด้านนอกอาคาร สนามบินเบตง ชมสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่ สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งคำว่า "เบตง" หรือ “บือตง” เป็นภาษาถิ่นมลายู แปลว่า "ไม้ไผ่" กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอเบตง

    • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง ร้านของฝากของที่ระลึกเบตง ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากจากท้องถิ่น เช่น ผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน สินค้า OTOP ,รังนก, ยาจีน, หมี่เหลืองเบตง, ซีอิ้วเบตง, ส้มโชกุน, เสื้อยืดสกรีน OK BETONG เป็นต้น

    • จากนั้นนำท่านสู่ ร้านวุ้นดำ กม.4 ต้นตำหรับอร่อยระดับตำนาน พิเศษ…เสิร์ฟเฉาก๊วยท่านละ 1 ถ้วย เฉาก๊วยใช้วิธีทำแบบดั้งเดิม ต้มเคี่ยวหญ้าเฉาก๊วยด้วยเตาฟืน ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นหอมและมากไปด้วยสรรพคุณทางยา ให้ท่านได้อิสระซื้อเป็นของฝาก
    วัดพุทธาธิวาส ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ โดยมีคณะ...

    วัดพุทธาธิวาส ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ โดยมีคณะผู้เริ่มดำเนินการ คือ พระพิทักษ์ธานี (เล็ก), นายอำเภอเบตงในสมัยนั้น, นายพุ่ม คชฤทธิ์, นายกิมซุ้ย ฟุ้งเสถียรและนายผล สุภาพ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ ได้ผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๐ วัดพุทธาธิวาส ตั้งอยู่เลขที่ ๖๕ ถนนรัฐกิจ หมู่ที่ ๑ ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นเนินเขาสูงเอียงลาดลงไปทางทิศเหนือ จัดแบ่งพื้นที่วัดออกเป็นชั้นรวม ๕ ชั้น วัดพุทธาธิวาส ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขามีพระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศตั้งโดดเด่นมองเห็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์สวยงามมาก โดยในองค์มหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฎีกา นายสวัสดิ์ โชติพานิช เพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานนาม และเสด็จทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดฉัตรเมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๕๓๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกวัดพุทธาธิวาสเป็นอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญตั้งแต่วันที่ ๒ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖

    chompoo
    วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง (วัดกวนอิม) เป็นสถานที่ตั้งศาลเจ้าอันเป็...

    วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง (วัดกวนอิม) เป็นสถานที่ตั้งศาลเจ้าอันเป็นที่ประดิษฐานของเทพสำคัญ ๆ หลายองค์ อาทิ เจ้าแม่กวนอิม ท่านแป๊ะกง ท่านกวงกง เจ้าแม่จิวหวังเหย่ ยี่หวังต้าตี้ หว่าโก่วเซียนชื่อ ขงจื้อ เป็นต้น และยังมีสถาปัตยกรรมของเจดีย์ 7 ชั้น วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2508 จากภายในบริเวณวัดซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเบตงได้อีกด้วย

    chompoo chompoo
    หลักเขตป้ายใต้สุดสยาม ตั้งอยู่บริเวณชายแดนปลายสุดถนนสุขยางค์ ตามทางหลวงหมายเลข 4...

    หลักเขตป้ายใต้สุดสยาม ตั้งอยู่บริเวณชายแดนปลายสุดถนนสุขยางค์ ตามทางหลวงหมายเลข 410 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นแนวเขตแดนระหว่างอำเภอเบตง กับรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ความเป็นที่สุดของสถานที่นี้คือ ป้ายที่มีข้อความว่า "ใต้สุดสยาม" และรูปแผนที่ประเทศไทยสีทองซึ่งสลักบนหินอ่อน เพื่อการันตีว่าเป็นจุดสุดท้ายของผืนแผ่นดินไทยทางตอนใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเบตงอดใจไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปกับป้ายนี้เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าเคยมาสัมผัสดินแดนที่ได้ชื่อว่าอยู่ใต้สุดของประเทศมาแล้ว

    chompoo
    คำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย แปลว่า ขนม เฉาก๊วยจึงหมายถึงขนมที่ทำมาจากต้...

    คำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย แปลว่า ขนม เฉาก๊วยจึงหมายถึงขนมที่ทำมาจากต้นหญ้า ซึ่งสรรพคุณเฉาก๊วยมีเหลือคณานับ ทั้งช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน ลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลดอาการตับอักเสบ ลดอาการไขข้ออักเสบ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และหากนำต้นเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำ จะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานได้อีกด้วย สำหรับเฉาก๊วยเบตง เฉาก๊วยดั้งเดิมต้นตำรับต้องที่นี่ “เฉาก๊วย กม.4” อยู่ตรงหัวมุมถนนทางเข้าบ่อน้ำร้อน ความพิเศษของเฉาก๊วยที่นี่คือกรรมวิธีการผลิตที่ยังคงความดั้งเดิมที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ สังเกตได้จากเขม่าควันที่จับตัวอยู่รอบบ้าน เพราะกรรมวิธีการทำนั้นเริ่มจากการใช้เตาโบราณกับไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง และการต้มหญ้าเฉาก๊วยก็ต้องใช้เวลาในการต้มนาน 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำ แล้วจึงนำน้ำเฉาก๊วยที่ผ่านการกรองแล้วผสมกับแป้งนำมาเคี่ยวต่ออีกครั้ง เพื่อให้เหนียวจนเข้าเนื้อ แล้วจึงตักใส่ภาชนะ ตั้งพักให้เย็นจนเนื้อเฉาก๊วยจับตัว เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

    chompoo
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน พิเศษ...เมนูจิ้มจุ่มปลานิลสายน้ำไหลชื่อดังของเบตง
  • บ่าย
    • นำท่านชม สวนหมื่นบุปผา หรือ สวนดอกไม้เมืองหนาว ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2 สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนนี้เกิดขึ้นจากโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานนามสวนแห่งนี้ว่า ว่านฮัวหยวน หรือ แปลเป็นไทยว่า สวนหมื่นบุปผา โดยมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างอาชีพให้กับกลุ่มผู้พัฒนาชาติไทยในอดีต ในชุมชนและหมู่บ้านบริเวณนี้ อดีตล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิก พคม. ที่ประกาศตัววางอาวุธ ในปี 2532 เป็นผู้พัฒนาชาติไทย และเลือกที่จะพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อไป

    • จากนั้นนำท่านชม อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่ในอดีตเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการทหารของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.) ว่ากันว่าฐานที่มั่นแห่งนี้เป็นฐานที่มั่นในแนวหลังของสงครามระหว่าง พคม กับ รัฐบาลมาเลเซีย ที่แข็งแกร่งที่สุด เคยถูกทิ้งระเบิดถึง 2 ครั้ง เป็นอุโมงค์ที่ขุดลึกลงไปในชั้นดิน จุดที่ลึกที่สุดมีความลึกถึง 6 เมตร ใช้กำลังคน 60 – 80 คน อุโมงค์มีความกว้าง 50 – 60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และมีทางเข้าออกถึง 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด กระจายอยู่รอบ ๆ ภูเขา ภายในอุโมงค์นั้น สามารถจุคนได้มากถึง 400 คน ภายในอุโมงค์มีโรงพยาบาลสนาม ห้องส่งสัญญาณวิทยุระยะไกล ห้องปฏิบัติงานวางแผน ในส่วนของพื้นผิวด้านบนของอุโมงค์มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหนาทึบ ยากต่อการที่ฝ่ายตรงข้ามจะตรวจหาเจอ

    • สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับ แวะพักผ่อนที่ บ่อน้ำพุร้อนเบตง บ่อน้ำพุร้อนเป็นบ่อน้ำแร่ร้อนตามธรรมชาติขนาดใหญ่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของบริเวณจุดตาน้ำนั้นอยู่ที่ 60 – 80 องศาเซลเซียส และนักท่องเที่ยวมักจะทำกิจกรรมครอบครัว คือ นำไข่ไก่ ไข่นกกระทา มาลวก โดยใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น ไข่ก็สุกพร้อมรับประทาน บริเวณโดยรอบมีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี แต่ละโซนของพื้นที่ออกแบบได้อย่างมาตรฐาน ถูกสุขลักษณะและสระธาราบำบัด นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเบตง

    • จากนั้นนำท่านแวะชมและถ่ายรูปด้านนอก ศาลาประชาคม ชมหอนาฬิกาโบราณและตู้ไปรษณีย์ยักษ์ที่ได้จำลองแบบมาจากของเดิมที่อยู่ในตัวเมืองเบตง
    สวนไม้ดอกเมืองหนาว หรือเรียกว่า "สวนหมื่นบุปผา" เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวใ...

    สวนไม้ดอกเมืองหนาว หรือเรียกว่า "สวนหมื่นบุปผา" เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านปิยะมิตร 2 เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ได้แก่ แอสเตอร์ ไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ แกลดิโอลัส ตุ้มหูนางฟ้า และอีกหลายสายพันธุ์อันมีเสน่ห์ สมชื่อ สวนหมื่นบุปผา เป็นโครงการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำแนวทางปลูกไม้เมืองหนาวขึ้น เมื่อครั้งเสด็จเยือนครั้งแรกใน ปี พ.ศ. 2537 เนื่องจากบริเวณหุบเขาส่วนนั้นอากาศหนาวปลูกยางพาราไม่ได้ผล โครงการนี้ เป็นโครงการที่ช่วยให้ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และอดีตชาวจีนมาลายูที่ตั้งเป็นกองกำลังต่อต้านรัฐบาลมาเลเซียอยู่ในแดนไทยเขตเบตงสมัยก่อน ที่ออกจากป่ามาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ให้มีรายได้และช่วยกันสร้างชาติไทย ปัจจุบันหุบเขาแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีไม้ดอกเมืองหนาวหลากสีคล้ายบนดอยทางภาคเหนือ และไม้ดอกเหล่านี้เป็นสินค้าส่งออก เป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของเบตง เช่น ดอกไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ และ อีกหลายอย่างที่เหล่าซือไม่รู้จักชื่อ แต่รู้ว่าสวยดี แปลงปลูกดอกไฮเดรนเยีย มีหลายสีสวยจนอยากซื้อเอากลับบ้าน ทำไม่ได้เลยถ่ายมาหลายรูป ดอกไม้ชนิดนี้ ภาษาจีน เรียกว่า 绣花球 ที่เบตง อะไรๆ ก็มีภาษาจีนกำกับ ไม่ว่าจะเป็นชื่ออาหาร โรงแรม ชื่อสวน ชื่อดอกไม้ฯ เพราะนักท่องเที่ยวหลักคือชาวมาเลย์เชื้อสายจีน

    chompoo
    อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จ...

    อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เข้าทางเดียวกับบ่อน้ำร้อนเบตงและน้ำตกอินทสร อยู่เลยบ่อน้ำร้อนอีก 3 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรืออดีตกลุ่มโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้นเป็นฐานของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา เขต 2 เมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง การสร้างใช้กำลังคน 40 - 50 คน ขุดเข้าไปในภูเขา และใช้เวลาเพียง 3 เดือน จึงแล้วเสร็จ อุโมงค์มีความกว้าง 50-60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถจุคนได้เกือบ 200 คน มีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ทาง เชื่อมต่อถึงกันหมด ปัจจุบันเหลือ 6 ทาง ภายในมีสถานีวิทยุของ จคม. ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง มีซอกมีมุมให้เลี้ยวลัดเลาะ ด้านบนเป็นป่ารกมีต้นไม้ใหญ่มากมายปกคลุม ยากแก่การค้นหาและถูกค้นพบโดยทหารฝ่ายรัฐบาล ในปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00 - 16.30 น. การท่องเที่ยวอุโมงค์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีการติดตั้งไฟฟ้าตลอดแนวอุโมงค์ อากาศภายในเย็นสบายไม่อึดอัด บริเวณทางเข้าสองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาพันธุ์ และมีแอ่งน้ำที่ไหลมาจากภูเขา ด้านนอกอุโมงค์ซึ่งเคยเป็นลานฝึกทหารจัดให้มีนิทรรศการแสดงภาพและเรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตในป่า นอกจากนี้ ยังมีเห็ดและยาสมุนไพรจากป่าจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว

    chompoo
    เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งของเบตงที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดินในหมู่บ้าน...

    เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งของเบตงที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดินในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ ก่อนถึงอำเภอเบตง 5 กิโลเมตร หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของยะลา หลายคนคงนึกถึงบ่อน้ำร้อนเบตง ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส และบริเวณที่น้ำเดือดนี้สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 7 นาทีเท่านั้น ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้ร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาพื้นที่ 3 ไร่ของบ่อน้ำร้อนเบตงให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิดหน้าชูตาของจังหวัด โดยมีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเล่น แต่ละโซนของพื้นที่ออกแบบอย่างได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ทั้งบ่อน้ำร้อนบ่อใหญ่ บ่อแช่น้ำร้อนใหม่ อาคารธาราบำบัด ตลอดจนอาคารสำหรับพักค้างคืนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา โดยอยู่ห่างตัวเมืองเบตงไปตาม ทางหลวงหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) ประมาณ 5 กิโลเมตร และแยกเข้าไปตามทางคอนกรีตอีกเกือบ 7 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน

    chompoo
    หอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองเบตง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอ...

    หอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองเบตง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ปัจจุบันเป็นวงเวียนจุดตัดระหว่างถนนสุขยางค์กับถนนรัตนกิจ มีการประดับประดาไฟสีสันต่างได้อย่างสวยงาม หากสังเกตรอบ ๆ หอนาฬิกาจะมีสายไฟโยงรยางค์ ซึ่งในช่วงหัวค่ำตรงจุดนี้จะเป็นจุดสังสรรค์ของบรรดานกนางแอ่นเกาะบนเต็มสายไฟเป็นภาพที่น่ารักทีเดียว

    chompoo
    ทักทายตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลกอี...

    ทักทายตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่างอำเภอเบตงกับอำเภอื่น ๆ ในอดีต และการติดต่อสื่อสารกันด้วยจดหมายนั้นจัดเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด อีกทั้งเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการสื่อสาร ของอำเภอเบตงในคราวเดียวกัน โดยตู้ไปรษณีย์ที่จำลองขึ้นมาตู้นี้ มีขนาดใหญ่กว่าตู้เดิมถึง 3.5 เท่า สูงประมาณ 9 เมตร ยังคงใช้งานได้จริงในปัจจุบัน ตลอดทั้งมีการติดตั้งวิทยุกระจายเสียงวางอยู่บนส่วนบนของตู้ เพื่อให้ชาวเบตงได้รับฟัง ข่าวสารจากทางราชการด้วย นับเป็นไฮไลท์ของอำเภอเบตงที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สำหรับตู้ไปรษณีย์เดิมก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์พร้อม ๆ กับใช้งานจริงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งตู้ไปรษณีย์เก่านี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2467 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยนายสงวน จินดา นายกเทศมนตรีอำเภอเบตง ผู้เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์มาก่อน ตู้ดังกล่าวตั้งอยู่ที่มุมถนนสุขยางค์ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง ลักษณะของตู้เป็นรูปทรงกลมและเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีเส้นรอบวงของตัวตู้ประมาณ 140 ซม. ถ้านับจากฐานขึ้นไปจะรวมความสูงได้ทั้งหมดประมาณ 320 เซ็นติเมตร และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารค่ำ เมนูพิเศษ ไก่เบตง, เคาหยก และ ปลาจีนหรือปลานิลสายน้ำไหลนึ่งซีอิ้ว

    • ที่พัก Grand Mandarin Betong Hotel ระดับ 4 ดาว
วันที่สาม 3 : ขึ้นสกายวอล์คชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง–สะพานแขวนแตปูซู-ล่องเรือทะเลสาบฮาลาบาลา-เกาะทวด–วัดช้าง...
  • 04:00
    • นำท่านออกเดินทางไปชม ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ใน ตำบลอัยเยอร์เวง ห่างจากตัวเมืองเบตง 30 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ขึ้นชื่อในเรื่องของการชมพระอาทิตย์ขึ้น ควบคู่ไปกับการชมทะเลหมอกอันสวยงาม จุดเด่น คือ ไม่ว่าคุณจะมาฤดูไหน หรือช่วงเวลาไหน ท่านก็มีโอกาสที่จะได้เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เป็นทะเลหมอกตลอดทั้งปี ทะเลหมอกที่ก่อตัวจากผืนป่า ฮาลา–บาลา ทะเลสาบเขื่อนบางลาง รวมถึงสามารถมองไปไกลได้ถึงประเทศมาเลเซียเลยทีเดียว นำท่านขึ้นจุดชมวิว Skywalk ชมวิวทิวทัศน์แบบรอบทิศทางแบบ 360 องศา ( การเที่ยวชมทะเลหมอก อาจมีการสลับสับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ )
    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมว...

    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตงที่เดินทางสะดวกรถขึ้นถึง และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง ประมาณ 40 กิโลเมตร ในพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 เมตร เป็นทะเลหมอกที่ใหญ่และสวยงาม ในช่วงเวลาเช้าจุดชมวิวแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินเปิดให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับทะเลหมอก สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ และทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาไมโครเวฟ จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สามารถเที่ยวได้แบบ Day trip โดยมีให้ชม 2 จุด คือ จุดชมวิวจุดที่ 1 และจุดชมวิวที่ 2 ซึ่งอยู่ถัดลงมาบริเวณจุดขายอาหาร แต่ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมาชมทะเลหมอกจำนวนมาก ในในภาพนี้ คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างหนาแน่นในจุดชมวิวที่ 1 ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะมุ่งตรงกันมาที่นี่ก่อน ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างแคบและมีจำนวนจำกัด ในช่วงเช้าแทบจะไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว แอบตกใจนิดหน่อยที่มีคนมาเที่ยวมากมายขนาดนี้ เรารอเวลาจนถึงประมาณ 7 โมงกว่า นักท่องเที่ยวเริ่มน้อยลงบ้าง พอจะมีที่ให้ชมวิวและถ่ายภาพ เนื่องจากจุดชมวิวจุดแรกตั้งอยู่บนจุดสูงสุด เลยทำให้สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ในมุมสูงกว่าระดับสายตา น่าเสียดายวันที่เดินทางอากาศค่อนข้างครึ้มเลยทำให้มองไม่เห็นแสงอาทิตย์ ก็จะได้ภาพสายหมอกแบบทึมๆ มาแทน ถามคนในพื้นที่ว่าควรจะมาเที่ยวในช่วงไหน ถึงจะได้แสงสวยๆ ฟ้าใสๆ แน่นอนแบบไม่ต้องหวั่นเรื่องอากาศว่าฝนจะตกเพราะเราเลือกมาช่วงเดือนมกราคมอากาศก็ยังคล้ายฤดูฝน ได้รับคำตอบว่า ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน แน่นอนที่สุด ยังมีทะเลหมอกให้ชม อีกด้วยนะคะ

    Rattanaphon Pattha
  • เช้า
    • สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางต่อไปยัง สะพานแขวนแตปูซู แวะถ่ายรูปกับสะพานไม้ สะพานแขวนแห่งนี้ใช้งานมาหลายสิบปี วัตถุประสงค์หลักที่สร้างขึ้นนั้น ในอดีตชาวบ้านใช้ขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร เช่น ผลไม้ ยางพารา และใช้สัญจรของชาวสวนในพื้นที่ ตัวสะพานมีความกว้าง 1.8 เมตร ยาว 100 เมตร

    • จากนั้นนำท่านสู่ ท่าเรือตาพะเยา นำท่านล่องเรือชมบรรยากาศทะเลสาบฮาลาบาลา และชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมทะเลสาบ

    • นำท่านแวะชม เกาะทวด เกาะทวด ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบฮาลาบาลา หรือ กลางเขื่อนบางลาง จ.ยะลา โดยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนใหญ่ จะเดินทางเพื่อมากราบไหว้ ขอพรจากทวดบูเกี๊ยะ และได้โชคลาภจากการขอพร หลายต่อหลายครั้งติดต่อกัน จนนักท่องเที่ยวบางราย ได้สนับสนุน บริจาคทรัพย์ เงินทอง ในการบูรณะจัดสร้างศาลทวดบูเกี๊ยะ ให้มีสภาพที่ดีขึ้น จนกลายเป็นกระแสบอกต่อกัน และทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหล เดินทางเข้ามาเที่ยวชมและขอพรกันแทบทุกวัน

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หาดใหญ่ พักผ่อนบนรถ (ระยะทาง 259 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 4.30 ชั่วโมง โดยประมาณ )

    • จากนั้นนำท่านชม วัดช้างให้ หรือ วัดราษฎร์บูรณะ ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มคำจึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างไห้ แล้วนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า สมเด็จพะโคะ หรือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดและอัฐิของท่านก็ถูกบรรจุไว้ที่วัดแห่งนี้ อิสระให้ท่านไหว้พระขอพร หรือเช่าบูชาวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดตามอัธยาศัย
    สะพานแตปูซู ไม่เพียงแต่ใช้สัญจรไปมาระหว่างชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็...

    สะพานแตปูซู ไม่เพียงแต่ใช้สัญจรไปมาระหว่างชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรักความสามัคคีของคนในชุมชนชาว กม.32 อีกด้วย โดยในอดีตชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำปัตตานีมีความยากลำบากในการเดินทาง ซึ่งในยุคนั้น ต้องใช้แพไม้ไผ่ในการข้ามไป-มา การขนย้ายผลผลิตการเกษตรหรือคนป่วย ก็ยากลำบาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และทำให้เด็กๆต้องเสียชีวิตทุกปี ท่านอดีตกำนันในสมัยนั้นได้เล็งเห็นถึงความยากลำบากดังกล่าว จึงได้ช่วยกันระดมพลังและเงินสมทบจากชาวบ้านร่วมกับราชการ ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างจนสำเร็จได้ในที่สุด และได้มีการตั้งชื่อว่า “สะพานแตปูซู” ตามผู้บุกเบิกนั่นเอง

    chompoo
    เกาะทวด เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมาก จึงไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ โดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่อา...

    เกาะทวด เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมาก จึงไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ โดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ธารโต ตั้งฐานปฏิบัติการคอยดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา นอกจากบนเกาะจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้บูชาแล้ว ยังมีเรือคยัคให้ทุกคนพายเล่นกันอีกด้วย หรือใครจะใช้บริการนั่งเรือรอบเกาะนี่ก็มีให้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถนั่งชมน้ำตกที่ไหลผ่าน ซอกหินลงมาที่ทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำตก โดดน้ำได้เรื่อย ๆ จนพอใจ พอเหนื่อยเพลียจากการเล่นน้ำก็นั่งเรือชมธรรมชาติสองข้างทาง อิ่มกับความงาม เซลฟี่ เก็บภาพ เป็นที่ระลึก

    chompoo
    ป่าฮาลาบาลา ตั้งอยู่ในบริเวณครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัดด้วยกัน คือ หลายตำบลใน จังห...

    ป่าฮาลาบาลา ตั้งอยู่ในบริเวณครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัดด้วยกัน คือ หลายตำบลใน จังหวัดนราธิวาส และ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ค่ะ มีเนื้อที่รวมแล้วกว่า 270,725 ไร่ เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนกัน และเป็นบริเวณของป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสายด้วยกันค่ะ และแน่นอนว่า ป่าฮาลาบาลา ก็มีทั้งสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่สำคัญหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุมค่ะ ทำให้พื้นที่นี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยนี้เอาไว้ รวมถึงยังช่วยรักษาต้นน้ำลำธารและป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์แบบนี้ตลอดไปอีกด้วยค่ะ ด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้ เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นที่อยู่อาศัยของ นกเงือก จำนวน 10 ชนิดด้วยกัน ต้องบอกว่าไม่ธรรมดานะคะ เพราะในไทยเราพบได้แค่เพียง 13 ชนิดเท่านั้น แต่กว่า 10 ชนิดก็อยู่ที่นี่แล้ว ถือว่าเป็นผืนป่าดิบชื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรมลายูเลยค่ะ จนที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น อเมซอนแห่งเอเชีย และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ค่ะ กิจกรรมที่ต้องมาทำเลยในการมาเที่ยวที่ ป่าฮาลาบาลา นี้ ก็คือ การล่องเรือ ชมความงามของพื้นป่าแห่งนี้ ให้อารมณ์เหมือนกับได้ล่องเรืออยู่กลางอเมซอนเลยจริงๆ ค่ะ แล้วเรายังได้เห็นนกเงือกหายากต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่านี้ แบบใกล้ๆ อีกด้วย ซึ่งนอกจากนกเงือกก็ยังมี ช้าง กระทิง หมูป่า เลียงผา สมเสร็จ กระซู่ ชะนี หรือแม้กระทั่ง เซียมัง (ชะนีดำใหญ่) ที่เป็นชะนีชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ป่าฮาลาบาลา พื้นป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ต้องบอกว่าใครที่ได้มาเยือน ยะลา ก็ต้องมาล่องเรือชมวิวกันทั้งนั้น เพราะป่าใหญ่ๆ แบบนี้ คงจะหาไม่ได้อีกแล้วในเมืองไทยของเรา หรือถ้าใครเป็นสายเดินป่า ชมธรรมชาติ ก็สามารถเดินป่าเข้าไปได้เหมือนกันค่ะ แต่แนะนำว่าให้มีผู้ชำนาญทางนำทางไปนะคะ จะได้ปลอดภัยด้วยค่ะ

    Rattanaphon Pattha
    เดิมชื่อวัดช้างให้ ตามตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้อ...

    เดิมชื่อวัดช้างให้ ตามตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสร้างเมืองใหม่ให้น้องสาวจึงได้เสี่ยงสัตย์อธิษฐานปล่อยช้างเจ้าเมืองและไพร่พลเดินตามไปเมื่อถึงป่าแห่งหนึ่ง (ที่วัดช้างให้ในปัจจุบัน) ช้างก็เดินวนเวียนและร้อง 3 ครั้ง พระยาแก้มดำ ถือว่าเป็นนิมิตที่ดีที่จะสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบใจ จึงได้เสี่ยงสัตย์ปล่อยช้างใหม่ คราวนี้ช้างได้เดินทางไปทางชายทะเลแห่งหนึ่ง (ที่ตำบลกรือเซะในปัจจุบัน) ช้างไม่ได้ส่งเสียงร้องแต่น้องสาวพอใจ จึงขอให้พระยาแก้มดำสร้างเมืองขึ้น โดยชื่อว่า “เมืองปัตตานี” เมี่อสร้างเมืองเสร็จแล้วได้เดินทางกลับผ่านทางเดิมได้ให้ขบวนหยุดพักที่ป่า ซึ่งช้างบอกไว้คราวแรก และให้ไพร่พลแผ้วถางป่าบริเวณนั้นสร้างเป็นวัดขึ้นให้ชื่อว่าวัดช้างให้ นมัสการพระดีเกจิดังแห่งปัตตานี สถานที่ประดิษฐ์ฐานสถูปหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

    chompoo
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน
  • บ่าย
    • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ แวะชมและถ่ายภาพ มัสยิดกลางสงขลา (บริเวณด้านนอก) หรือมีชื่อเต็มว่า “มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม” ศาสนสถานที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยสง่าโดดเด่น บริเวณด้านหน้ามีสระน้ำทอดยาวกว่า 200 เมตร แลดูคล้ายกับศาสนสถานทัชมาฮาลที่อินเดีย จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังย่านเมืองเก่าจังหวัดสงขลา

    • จากนั้นนำท่าน อิสระช้อปปิ้งที่ ตลาดกิมหยง ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากอาทิเช่น อาหารแห้ง กาแฟ ขนมขบเคี้ยว ถั่วต่างๆ เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลอดภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านวางขายอยู่ ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งตามอัธยาศัย 
    “มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา” หรือชื่อเต็ม “มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม” เป็นศาสนสถา...

    “มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา” หรือชื่อเต็ม “มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม” เป็นศาสนสถานซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ช่างภาพ ด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่สวยสง่า มีสระน้ำด้านหน้าทอดตัวยาวกว่า 200 เมตร ทำให้มัสยิดแห่งนี้ดูละม้ายคล้ายคลึงกับทัชมาฮาลที่อินเดีย โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่นี่จะงดงามตระการตามากเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าที่นี่จะเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาช่างภาพทั้งหลาย มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม หรือเรียกสั้นๆว่า มัสยิดกลางสงขลา ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนลพบุรีราเมศวร์ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดสงขลา ต้องบอกว่าที่นี่เป็นมัสยิดที่ใหญ่และอลังการมาก ภายในตกแต่งได้สวยงาม โล่งโอ่โถง เหมาะแก่การทำจิตใจให้สงบ และทำพีธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา มัสยิดกลางแห่งนี้โดดเด่นจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่อยู่บนภูเขาในสวนสาธารณะหาดใหญ่กันเลยทีเดียว หากใครได้มาจังหวัดสงขลาแล้ว ต้องไม่พลาดที่จะมาชมความงดงามของมัสยิดกลางแห่งนี้ จนได้รับการขนานนามว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย” ยิ่งมาในช่วงเวลาเย็นค่ำมัสยิดเปิดไฟสว่างมีฉากหลังของท้องฟ้าเปลี่ยนสีในยามเย็นงดงามยิ่งนัก มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา จะมีศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลา โดยได้เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2534 โดยนายอาศิส พิทักษ์คุมพล ประธานฯและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลาในยุคก่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ด้วยความตั้งใจจริงที่ว่า “อยากให้จังหวัดสงขลามีมัสยิดกลางเฉกเช่นจังหวัดอื่นๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเพื่อเป็นที่ทำการของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลาอย่างเป็นเอกเทศ” จนได้ทำเรื่องรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้ก่อสร้าง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ตั้งแต่แรก โดนปฎิเสธจากเบื้องบนลงมาบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คณะกรรมการย่อท้อ แต่กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้มีความพยายามหาทาง และโอกาสอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งสำเร็จผลได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง ปี พ.ศ.2544 เมื่อมาถึงที่นี่ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ซึ่งบอกได้เลยว่า รับรู้ถึงแรงศรัทธาของชาวมุสลิมที่มีต่อองค์พระศาสดาจริงๆ ในทุกๆส่วนของมัสยิดนั้นถูกออกแบบ และตกแต่งด้วยความประณีต ละเอียดอ่อนช้อย ทางเดินถูกปูด้วยหินอ่อนทุกตารางนิ้ว พื้นที่ภายในตัวมัสยิดก็กว้างขวาง เปิดโล่งพร้อมรับผู้มีจิตศรัทธาทุกศาสนาที่ต้องการจะเรียนรู้คำสอนของพระอัลเลาะห์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ที่สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า จะไทยพุทธ หรือไทยมุสลิมเราก็ล้วนแล้วเป็นพี่น้องกันโดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น เห็นแล้วน่าชื่นใจที่มีอาคารสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าสวยโดดเด่นแบบนี้อยู่ในบ้านเรา

    chompoo
    ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั...

    ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง เดิมอาคารแห่งนี้เคยเป็นโรงภาพยนตร์ ชื่อ โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย ชื่อตลาดกิมหยง มาจากชื่อเต็มว่า "ตลาดชีกิมหยง" เป็นชื่อของคหบดีชาวจีนชื่อ ชีกิมหยง และภรรยาชื่อ ละม้าย [3] เจ้าของที่ดินแต่เดิม ตลาดกิมหยงเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงคู่กับ ตลาดสันติสุข ซึ่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งอยู่ริมถนนนิพัทธ์อุทิศ ในย่านเดียวกัน ในอดีตตลาดกิมหยงบริเวณชั้นล่างนอกจากจะเป็นตลาดสดเหมือนตลาดทั่วไปแล้วยังมีการจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอาหารแห้ง กาแฟสำเร็จรูป ขนม เครื่องสำอางค์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ได้เสียภาษี ดังนั้นตลาดกิมหยงจึงเป็นแหล่งทีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาซื้อหาสินค้าเหล่านี้เพื่อกลับไปเป็นของฝาก (ในขณะที่คนไทยมักลักลอบนำข้าวสาร น้ำตาล เข้าไปขายในปาดังเปซาร์ ฝั่งมาเลเซีย)ส่วนชั้นสองของอาคารนั้นในอดีตเคยเป็นโรงภาพยนตร์ชื่อเฉลิมไทยซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากเพราะมักจะฉายภาพยนตร์ฝรั่งโดยมีผู้ให้เสียงพากษ์ภาษไทยที่มีชื่อเสียง คือ กรรณิการ์ อมรา

    chompoo
  • ค่ำ
    • อิสระอาหารค่ำเพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

    • ที่พัก B.P. Grand Hotel ระดับ 3 ดาว
วันที่สี่ 4 : ขึ้นสกายวอล์คชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง–สะพานแขวนแตปูซู-ล่องเรือทะเลสาบฮาลาบาลา-เกาะทวด–วัดช้าง...
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า
  • 09:00
    • จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองสงขลา นำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่าสงขลา ซึ่งมีถนนสายสำคัญ 3 สายหลักๆ คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และ ถนนนางงาม ถนนที่ประกอบไปด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ มีห้องแถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิคสไตล์ ชิโนโปรตุกีส และยังมีอาคารตึกแถวแบบจีนโบราณของชาวจีนฮกเกี้ยนเรียงรายทั้งสองฟากฝั่งถนน แม้อาคารหลายหลังมีการปรับปรุงทาสีใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างเดิม ตึกและอาคารย่านเมืองเก่าสงขลาถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิตและความเป็นมาของชาวสงขลา นอกจากนี้ตามอาคารบ้านเรือนบางหลังยังมีภาพสตรีทอาร์ท

    • โรงสี หับ โห้ หิ้น อายุนับ 100 ปี ที่อยู่คู่มากับย่านเมืองเก่า ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันอีกด้วย

    • สมควรแก่เวลาเดินทางต่อไปยัง เขาตังกวน ( รวมค่าเคเบิลคาร์ ) ขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา บริเวณยอดเขาตังกวนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบแบบ 360 องศา อาณาบริเวณประกอบด้วย ลานชมวิว ประภาคาร ศาลาวิหารแดง และเจดีย์พระธาตุเมืองสงขลา ตามจารึกกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี บริเวณลานชมวิวมีรูปหล่อหลวงปู่ทวดตั้งอยู่กลางลานไว้ให้สักการะ นั่งพักผ่อนชมวิวตัวเมืองสงขลา และทะเลสาบสงขลารวมทั้งหาดสมิหลา

    • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางลงจากยอดเขาตังกวน ไปยัง อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งราชนาวีไทย พระบรมรูปของท่านหันหน้าออกทะเลดูเด่นสง่า เป็นที่เคารพนับถือของคนโดยทั่วไปในภาคใต้ ก่อตั้งโดยกลุ่มไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล จังหวัดสงขลา สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2530 เพื่อให้ชาวเรือ ได้สักการะบูชาก่อนออกไปประกอบอาชีพในทะเล เพราะมีความเชื่อว่าท่านจะช่วยเหลือให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายจากพายุและเพศภัยต่างๆ ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรอย่างไม่ขาดสายทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว บริเวณรอบๆ อนุสาวรีย์มีปืนใหญ่ จรวด ปืนกลจำลองที่ปลดระวางมาจัดแสดงไว้กลางแจ้ง อีกทั้งยังมีพญานาคพ่นน้ำที่ทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบนั้นสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอบย่างยิ่ง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินหาดใหญ่
    ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงามยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ มีห้องแถวไม้แบบจีน ต...

    ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงามยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ มีห้องแถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิคสไตล์ชิโนโปรตุกีส ศาลเจ้าพ่อกวนอู โรงแรมนางงาม โรงแรมไม้เก่าแก่ประดับลายฉลุไม้วิจิตรบรรจง ย่านเก่าที่จะพาเราย้อนรอยไปสู่ความรุ่งเรืองในอดีตของสงขลาที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศของวันวานสุดคลาสสิก และน่าค้นหา โดยครอบคลุมถนนสายสำคัญ 3 สาย ได้แก่ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ที่เคยเฟื่องฟูมากในยุคหนึ่ง และถนนเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปสู่อดีตที่น่าหลงใหล ณ มุมหนึ่งของสงขลา เดินตามรอยอดีต กล่าวกันว่า เมื่ออดีตราว 200 ปีก่อน ตัวเมืองสงขลาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบเรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2385 จึงขยายมาทางฝั่งทิศตะวันออกบริเวณตำบลบ่อยาง เรียกกันว่า "เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง" ซึ่งเริ่มแรกมีถนนสองสายคือถนนนครนอก อันเป็นถนนเส้นนอกที่ติดกับทะเลสาบ และถนนนครในเป็นถนนเส้นในเมือง ต่อมามีการตัดถนนสายที่สามเรียกว่าถนนเก้าห้อง หรือย่านเก้าห้อง เพื่องานสมโภชเสาหลักเมืองต่อมาก็เรียกกันว่าถนนนางงามนั่นเอง การเดินชมย่านเก่า หากค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามถนนทั้ง 3 สายนี้ คุณจะพบความคลาสสิกจากห้องแถวไม้แบบจีน ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส ศาลเจ้าพ่อกวนอู โรงแรมนางงาม อันเป็นโรงแรมไม้เก่าแก่ประดับลายฉลุไม้วิจิตรบรรจง รวมทั้งยังมีตึกแถวแบบจีนโบราณของชาวจีนฮกเกี้ยนปะปนอยู่ด้วยกันทั้งสองฟากถนน อาคารหลายหลังมีการปรับปรุงทาสีใหม่แต่ก็ยังคงมีเอกลักษณ์น่าสนใจดุจเดิม ชิมของอร่อยย่านเก่า อีกกิจกรรมหนึ่งที่มาเติมเต็มอารมณ์ชมย่านเก่าเมืองสงขลาได้อิ่มเอมขึ้น ก็คือการได้อิ่มท้องจากขนมอร่อยมากมาย ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ที่มีให้เลือกชมและชิมอย่างเอร็ดอร่อย รวมทั้งของฝากพื้นเมืองให้เลือกซื้อกันอีกด้วย โดยเฉพาะถนนนางงาม หรือถนนเก้าห้องนั้น ละลานตาไปด้วยอาหารคาวหวานท้องถิ่นอันเลื่องชื่อ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของถนนสายนี้ไปเสียแล้ว ซึ่งมีทั้งร้านขนมไทย ร้านไอศกรีม ร้านกาแฟโบราณ ร้านซาลาเปา และต้องไม่พลาดโจ๊กเกาะลอย ข้าวสตูร้านเกียดฟั่ง (โกยาว) สตูแบบจีนที่กินคู่กับซาลาเปาร้อน ๆ หรือจะลองก๋วยเตี๋ยวหางหมู ก๋วยเตี๋ยวเป็ด และไส้กรอกสูตรเวียดนาม รวมทั้งขนมสำปันนี ขี้มอด ทองเอก ข้าวฟ่างกวน ขนมเทียนสด ซึ่งเป็นขนมโบราณที่หากินยากในสมัยนี้ แต่คุณจะพบความอร่อยเหล่านั้นบนถนนสายนี้

    chompoo
    บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักร...

    บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวารวดี ในเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว ภูเขาลูกเล็ก ๆ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองฯ โดยเขาตังกวนนั้นเป็นเนินเขาสูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 2,000 ฟุต จากยอดเขาตังกวนนี้มีลานชมวิวเขาตังกวนที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ กลายเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาเยือนสงขลา นอกจากนี้ บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวารวดี โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานเงินหลวง ให้เป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุในองค์พระเจดีย์ และในเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีงานพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ และประเพณีตักบาตรเทโว และลากพระของสงขลา สู่ยอดเขาตังกวน ปัจจุบัน ทำได้ 2 วิธี คือ ขึ้นลิฟต์โดยสารจากจุดบริการลิฟต์โดยสาย ณ บริเวนถนนตัดระหว่างเขาตังกวนและเขาน้อย ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 20 บาท โดยเปิดบริการในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-19.00 น. และในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.00-19.00 น. ขึ้นโดยการเดินขึ้นบันไดฝั่งตรงตะวันตก ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามลิฟต์โดยสาร ตลอดระยะทางมีบันไดหิน สลับกับจุดพักและจุดชมวิวเป็นช่วง ๆ ที่ตั้ง : อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา เขาตังกวนตั้งอยู่ในตัวเมืองสงขลาใกล้กับหาดสมิหลา สามารถนั่งรถโดยสารแดง หรือรถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ ที่ให้บริการอยู่ในตัวเมือง

    chompoo
    สวนสองทะเล เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสงขลา พื้นที่ตรงนี้เป็นที...

    สวนสองทะเล เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสงขลา พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพร ภายในศาลแห่งนี้มีพระราชประวัติ พระบรมฉายาลักษณ์ และเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย สำหรับพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" พระองค์ทรงการศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ระยะแรกทรงศึกษาวิชาการขั้นต้นเช่นเดียวกันกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ แต่ต่อมาได้ทรงแยกไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ด้วยพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่า กิจการทหารเรือของไทยในสมัยนั้นยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ต้องอาศัยชาวต่างประเทศมาเป็นครูและควบคุม พระองค์ทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ อยู่ในประเทศอังกฤษ เป็นเวลานานถึง 6 ปี จึงทรงสอบไล่ได้ตามหลักสูตรสูงสุดของโรงเรียนนายเรืออังกฤษ แล้วเสด็จกลับประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2443 ถึงเมืองไทย ในปี พ.ศ. 2449 ขณะทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือในสมัยนี้เอง ที่พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงแก้ไข และวางหลักสูตรในโรงเรียนนายเรือขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ มีความรู้ความสามารถทัดเทียมกับผู้ที่สำเร็จจากโรงเรียนนายเรือในต่างประเทศ เมื่อครั้งพระองค์เสด็จออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2466 ไปสู่ตำบลปากน้ำชุมพร และประทับอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน ก็ทรงประชวรด้วยไข้หวัดใหญ่ และเพียง 3 วันเท่านั้น ก็สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 รวมพระชนมายุเพียง 44 พรรษา ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและอนุเสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวมทั้งสิ้น 217 แห่งทั่วประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร หรือที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รวมถึงที่สวนสองทะเล หาดสมิหลา สงขลาแห่งนี้ด้วย แม้พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จะสิ้นพระชนม์ไปนานแค่ไหนก็ตาม ประชาชนชาวไทยยังคงเคารพในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวสงขลาและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสงขลาแทบทุกคนไม่มีใครพลาดการมาสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรแห่งนี้

    chompoo
  • 14:10
    • ออกเดินทางบินลัดฟ้ากลับสู่ สนามบินดอนเมือง โดย สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีบริการ อาหารว่างและน้ำดื่ม ท่านละ 1 ชุด
  • 15:40
    • เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 4,000 THB
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 1 ถึง 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการ 50 % แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด

    ในกรณีจองทัวร์ตรงวันหยุดเทศกาล, วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

    ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขต่าง ๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯ เท่านั้น อีกทั้งข้อสรุปและข้อตัดสินใด ๆ ของบริษัทฯ ให้ถือเป็นข้อยุติสิ้นสุดสมบูรณ์ หากท่านได้ชำระเงินค่าบริการมาแล้ว ถือว่าท่านได้ยอมรับและรับทราบเงื่อนไขการให้บริการข้ออื่นๆที่ได้ระบุมาทั้งหมดนี้แล้ว

    บริษัทฯและตัวแทนของบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์,เที่ยวบิน,สายการบินและที่นั่งบนรถนำเที่ยวตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ข้อจำกัดด้านภูมิอากาศ, จำนวนที่นั่งของชั้นประหยัดพิเศษของสายการบิน และเวลา ณ วันที่เดินทางจริง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนมากเป็นสำคัญ

    ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้

    ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัทฯ เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทฯ ได้ชำระให้กับบริษัทฯ ตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนค่าบริการไม่ได้

    กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้น ๆ

    เดินทางต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวท่านเอง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดความไม่พึงพอใจในสินค้าที่ผู้เดินทางได้ซื้อระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนี้

    ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบต่อการจัดเก็บ และ ดูแลทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดการสูญหายของ ทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว อันมีสาเหตุมาจากผู้เดินทาง

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากการยกเลิกหรือความล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การจลาจล การปฏิวัติ รัฐประหาร ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่าง ๆ

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และความไม่พึงพอใจของผู้เดินทาง ที่เกี่ยวข้องกับ สภาพธรรมชาติ ภูมิอากาศ ฤดูกาล ทัศนียภาพ วัฒนธรรม วิถีและพฤติกรรมของประชาชนในประเทศที่เดินทางไป

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว (ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

    โปรแกรมทัวร์นี้จะสามารถออกเดินทางได้ต้องมีจำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำ 36 ท่านรวมในคณะตามที่กำหนดไว้เท่านั้น หากมีจำนวนผู้เดินทางรวมแล้วน้อยกว่าที่กำหนดไว้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าบัตรโดยสารชั้นประหยัดพิเศษเดินทางไปกลับตามเส้นทางและวันที่ระบุในรายการ

    ค่าน้ำหนักสำภาระถือขึ้นเครื่อง 7 กิโลกรัมต่อท่าน ต่อเที่ยวบิน

    ค่ารถนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ

    ค่าที่พักระดับ 3 ดาว ตามรายการ 3 คืน พักห้องละ 2-3 ท่าน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)

    ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ (ทางบริษัทสงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)

    ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุในรายการ

    ค่าประกันชีวิตกรณีอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุในวงเงินไม่เกิน ท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

    ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญเส้นทาง

    ค่าน้ำหนักสัมภาระโหลดใต้เครื่องท่านละ 20 กิโลกรัม

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษนอกรายการ ค่าซักรีด, ฯลฯ

    ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ, การประท้วง, การจลาจล, การนัดหยุดงาน, การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

    ค่าอาหารบนเครื่องบิน, ค่าเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน, ค่าเลือกที่นั่งบนรถนำเที่ยว

    ค่าบริการโหลดกระเป๋าส่วนเกินจาก 20 กก.ตามที่สายการบินระบุ

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿14,125
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿14,125
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿14,125
0 บทวิจารณ์