แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน

สวิตเซอร์แลนด์

ไฮไลท์แพ็คเกจ

พอสคิเอโว – นั่งรถไฟชมวิวสายโรแมนติกเบอร์นิน่า เอกซ์เพรส – เซนต์ มอริทซ์ – อันเดอร์แมท นั่งรถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กเพลส – เซอร์แมท – นั่งรถไฟกรอเนอแกรต – ชมวิวเขาแมทเธอร์ฮอร์น ทะเลสาบริฟเฟลซี – โลซานน์ – อินเทอร์ลาเค่น – ชิลธอร์น – มูร์เร่น กิมเมลวาลด์ – ขึ้นภูเขาหิมะจุงเฟรา – กระเช้า THE V-CABLEWAY – เลาเทอบรุนเนน น้ำตกสเตาบอร์ – ชาฟฮาวเซ่น – น้ำตกไรน์ – ซูริค ** อาหารครบทุกมื้อ **

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

11-19 มีนาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿129,492
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿20,900
19-27 มีนาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿129,492
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿20,900

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ซูริค
  • 21:30
    • มาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกก่อนการเดินทาง
วันที่สอง 2 : ซูริค – พอสคิเอโว – รถไฟชมวิวสายโรแมนติก “เบอร์นิน่า เอกซ์เพรส ” – เซนต์มอริซท์ / คูร...
  • 00:35
    • เหิรฟ้าสู่นครซูริค โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG970
  • 06:55
    • ถึงสนามบินนานาชาติซูริค ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง

    • จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ชายแดนอิตาลี ผ่านชนบทอันหลากหลายที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์สู่เมือง ‘พอสคิเอโว’ (Poschiavo) (248 กม.) เมืองศูนย์กลางในหุบเขาเล็กๆ ผู้คนพูดภาษาอิตาลีและสถาปัตยกรรมของบ้านก็สะท้อนถึงบรรยากาศของอิตาลี มีความลาดชันที่เป็นป่าผสานเป็นภูเขาสูงถึง 3,000 เมตรทางทิศตะวันออกและ 4,000 เมตรทางทิศตะวันตก โดยขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีธารน้ำแข็งและภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะของเทือกเขาเบอร์นีนา
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • นำคณะนั่งรถไฟสายโรแมนติก “เบอร์นิน่าเอกซ์เพรส” ซึ่งเป็นรถไฟชมวิวแบบพาโนรามาที่มี ชื่อเสียงที่สุดของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพลิดเพลินกับบรรยากาศทิวทัศน์ที่สวยงามของ ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า หมู่บ้านชนบทที่สวยงาม ผ่านเส้นทางหลายจุดที่ถูกประกาศให้เป็น “เส้นทางสายมรดกโลก” ข้ามเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูง 7,390 ฟิต ผ่านหนึ่งในทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์

    • จนกระทั่งเข้าสู่ “เมืองเซ็นต์มอร์ริทซ์”(St.Moritz) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงระดับโลกเมืองตากอากาศฤดูหนาวที่แสนสงบ บรรยากาศโดยรอบตัวเมืองถูกโอบล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบอันสวยงาม
    Bernina Express (เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพลส) เป็นเส้นทางรถไฟวิ่งจากเมือง Chur ประเทศส...

    Bernina Express (เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพลส) เป็นเส้นทางรถไฟวิ่งจากเมือง Chur ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปยังเมือง Tirano ประเทศอิตาลี ระหว่างทางที่เรานั่งรถไฟนั้น จะเห็นบรรยากาศ ทัศนียภาพโดยรอบของธรรมชาติแบบ 360 องศา ผ่านกระจกบานใหญ่ ทั้งภูเขา Swiss Alps ที่ขึ้นชื่อ , ทะเลสาบ , น้ำตก เป็นต้น ช่วงฤดูร้อนก็จะได้เห็นความงามของป่าเขียวขจี ทะเลสาบสีฟ้าใส ท้องฟ้า และภูเขางามๆ หรือจะเที่ยวช่วงฤดูหนาว ก็จะได้พบกับความงามของหิมะที่ปกคลุมยอดเขา และทั่วทุกพื้นที่ ราวกับอยู่ในโลกเทพนิยายก็ว่าได้

    Rattanaphon Pattha
    เมืองตากอากาศสุดหรูบนภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางยาวหลายไมล์สำหรับเล่นสกีและเดินเขา รวม...

    เมืองตากอากาศสุดหรูบนภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางยาวหลายไมล์สำหรับเล่นสกีและเดินเขา รวมถึงสนามกอล์ฟ บ่อสปา และแหล่งช้อปปิ้งในบรรยากาศที่หรูหราท่ามกลางทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาแอลป์ เซนต์มอริทซ์มีชื่อเสียงจากการเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในการท่องเที่ยวเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศริมทะเลสาบอันน่าทึ่งและมีเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะซึ่งดึงดูดใจเศรษฐีและเหล่าคนดังมาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1860 สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเล่นสกี เดินป่า ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ และเล่นกอล์ฟท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม อิ่มอร่อยในร้านอาหารที่ได้รับรางวัล เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ แล้วแวะช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลีกสุดหรู เมืองเซนต์มอริทซ์ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของ ทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ที่งดงามระยิบระยับ ชมบ้านสไตล์เทือกเขาแอลป์ดั้งเดิมที่อยู่รวมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอื่นๆ เช่น Chesa Futura เลือกซื้อของในร้านบูติกและร้านค้าปลีกสุดหรูที่ Via Serlas เยี่ยมชมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ เช่น พิพิธภัณฑ์ Berry, พิพิธภัณฑ์ Engandiner และ พิพิธภัณฑ์ Segantini เดินเที่ยวชมรอบทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ที่ใสราวคริสตัล พลางชมทัศนียภาพของเมืองที่สวยงามสะดุดตา หรือออกไปล่องเรือในฤดูร้อนและเล่นสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว เดินท่องป่าระยะสั้นๆ ผ่านป่าสนไปยังทะเลสาบ Staz ที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำในช่วงที่อากาศอบอุ่น ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าและทางรถไฟต่างระดับขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งมีเส้นทางสำหรับเดินป่าและเล่นสกียาวหลายไมล์รอคุณอยู่ เล่นสกี สโนว์บอร์ด เดินบนรองเท้าหิมะ และนั่งเลื่อนหิมะบนลู่เล่นสกีที่ตกแต่งไว้อย่างพิถีพิถันที่ สกีรีสอร์ต Corviglia และ สกีรีสอร์ต Diavolezza สัมผัสกับความสุขสนุกสนานไม่รู้จบขณะสำรวจเส้นทางชมทัศนียภาพรอบๆ Muottas Muragl และ ยอดเขา Corvatsch ผู้ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟจะมีโอกาสได้เล่นบนสนามกอล์ฟทั้งห้าแห่งในหุบเขา Engadin ไม่ว่าจะเป็น Golf Engadin St. Moritz และ Kulmpark St. Moritzขนาด 9 หลุม เติมพลังให้กับร่างกายที่สระน้ำพุร้อนที่มีคุณค่าในการบำบัดรักษาที่ St. Moritz Bäder สำรวจร้านอาหารในเซนต์มอริทซ์ ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น อาทิ Capun (เนื้อและแป้งสอดไส้ห่อด้วยผักกาด) และ Engadin nusstorte (เค้กถั่ว) ในร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำจากหนังสือ Gault Millau ลิ้มลองวิสกี้ที่มีให้เลือกกว่า 2,500 ชนิดที่ Devil’s Place เดินไปยังร้านอาหาร Via Gastronomica ซึ่งมีเมนูอาหารเลิศรสเสิร์ฟคู่กับทัศนียภาพที่สวยงามหาที่เปรียบมิได้ ใช้เวลาขับรถจากเมืองซูริคมายังเซนต์มอริทซ์ประมาณ 3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่นี่เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ และยังสามารถขึ้นรถไฟสาย Bernina Express หรือ Glacier Express เพื่อสัมผัสกับการเดินทางชมทัศนียภาพสองแบบ รวมทั้งขึ้นท่องเที่ยวบนไหล่เขาได้ เมื่อเดินทางมาถึง สามารถเข้าไปยังใจกลางเมืองผ่าน เซนต์มอริทซ์ ดีไซน์ แกลเลอรี่ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการสำหรับคนที่เดินผ่านไปมาได้

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

    • พักที่: LAUDINELLA HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่สาม 3 : เซนต์มอริซท์ / คูร์ – นั่งรถไฟสายกลาเซีย เอ็กซ์เพลสไลน์ อันเดอร์แมท – พักในเมืองเซ...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะสัมผัสประสบการณ์กับการนั่งรถไฟ “กลาเซียร์เอ็กซเพรส” Glacier Express (ช่วงการเดินทางที่สวยสุดของเส้นทางกลาเซียร์ เอ็กซ์ เพรส ระหว่างเมืองเซนต์มอริทซ์ – อันเดอร์แมท) ผ่านชมภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ มีทั้งอุโมงค์, สะพาน, หุบเหว, สวิสฯ แกรนด์แคนยอน และหุบเขาที่สูง 2,000 กว่าเมตร ตลอดเส้นทางท่านสามารถชมยอดเขาที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งเจ้าของเส้นทาง Furka-Oberralp-Bahn ที่พาดผ่านในกลางเทือกเขาแอลป์ โดยช่วงสำคัญระหว่างทาง จะผ่านสะพานข้ามช่องเขา (Landwasser Viaduct) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเส้นกลาเซียร์ เอ็กซ์เพรส สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1902 โดยมีช่องโค้งรับน้ำหนังถึงหกช่อง และมีความสูงถึง 65 เมตร จากนั้นรถไฟจะค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดของเส้นทางรถไฟ (2,033 เมตร) ในบริเวณโอเบอราลพ์ พาส (Oberalp Pass) จากนั้นรถไฟจะค่อยๆวิ่งลงเขาสู่ “เมืองอันเดอร์แมท” Andermatt เมืองสกีรีสอร์ทเล็กๆ ที่น่ารัก
    กลาเซียร์เอ็คส์เพร็ส เป็นรถไฟท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเมืองตากอากาศหลักของสวิต...

    กลาเซียร์เอ็คส์เพร็ส เป็นรถไฟท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเมืองตากอากาศหลักของสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ เทศบาลแซร์มัทและเทศบาลซังคท์โมริทซ์ ผ่านเทศบาลอันเดอร์มัท ในเทือกเขาสวิสแอลป์ตอนกลาง แม้จะมีคำว่า "เอ็คส์เพร็ส" แต่รถไฟนี้กลับไม่ใช่รถไฟด่วนในแง่ของความเร็ว กลับกันนั้น เป็นรถไฟที่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางนานถึงแปดชั่วโมง ถือว่าเป็นรถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก[1] เส้นทางของกลาเซียร์เอ็คส์เพร็สมีความยาว 291 กิโลเมตร ผ่านสะพาน 291 แห่งและอุโมงค์ 91 แห่ง การเดินทางจากแซร์มัทจะเริ่มขึ้นบริเวณมัทเทอร์ทาลที่ระดับความสูง 1,606 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และจะผ่านอุโมงค์ฟัวร์คาซึ่งมีความยาวถึง 15.4 กิโลเมตรเพื่อข้ามช่องเขาฟัวร์คาที่ระดับความสูง 1,500 เมตร จากนั้นรถไฟจะจอดชั่วคราวที่ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ที่ความสูง 2,033 เมตร จากนั้นจึงลดระดับลงมายังจุกต่ำสุดของเส้นทางที่เมืองคูร์ที่ความสูง 585 เมตร เมื่อพ้นเมืองคูร์อันเป็นเมืองหลวงของรัฐเกราบึนเดิน รถไฟจะเริ่มไต่ระดับอีกครั้งเพื่อขึ้นไปยังซังคท์โมริทซ์ในหุบเขาด้านทิศใต้ กลาเซียร์เอ็คส์เพร็สเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1930 โดยการร่วมทุนระหว่างรัฐเกราบึนเดินกับรัฐวาเลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รถไฟสายนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า กลาเซียร์ ที่สื่อถึงธารน้ำแข็งโรนในช่องเขาฟัวร์คา[1] ขบวนรถแบ่งที่นั่งออกเป็นชั้นหนึ่งและชั้นสอง การซื้อตั๋วแบบจองที่นั่งล่วงหน้าควรทำอย่างน้อยสองเดือนก่อนเดินทาง ในฤดูหนาวจะมีให้บริการเที่ยวละวันจากต้นทางและปลายทาง ส่วนในฤดูอื่นจะมีหลากหลายเที่ยวต่างกันไปตามเส้นทาง

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • มีเวลาให้ท่านเก็บภาพความประทับใจในเมืองอันเดอร์แมท จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเซอร์แมท” Zermatt โดยรถโค้ชปรับอากาศและเส้นทางจะต้องผ่านอุโมงค์ฟูร์ก้า พาส (Furka Pass) ที่มีความยาวถึง 15,407 เมตร ที่สำคัญคือต้องเอารถโค้ชขึ้นโดยสารรถไฟเพื่อรอดอุโมงค์นี้ เป็นการเดินทางที่น่าทึ่งยิ่งนัก

    • จากนั้นรถโค้ชจะวิ่งผ่านเมืองเล็กๆ จนกระทั่งถึงเมืองแทส (Tasch) เราต้องเปลี่ยนพาหนะเป็น Shuttle Train (ใช้เวลา 15 นาที) เนื่องจากหมู่บ้านเซอร์แมทไม่อนุญาตให้รถยนต์ (น้ำมัน) วิ่งในเมือง เซอร์แมทตากอากาศที่สวยงามดุจสวรรค์บนดิน ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร (5,350 ฟุต) เป็นเจ้าของ ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น สัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองซึ่งสงวนสถานที่ไว้ให้มีแต่อากาศบริสุทธิ์ โดยห้ามรถที่ใช้แก๊สและน้ำมันเข้ามา นอกจากรถไฟฟ้า และรถม้าที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งท่านจะประทับจากประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ อิสระกับการเดินเที่ยวชมเมืองหรือถ่ายรูปตามอัธยาศัย *** ขบวนรถไฟกลาเซียร์ เอ็กซ์เพรส จะหยุดให้บริการเพื่อปรับปรุงตู้ขบวน ระหว่างวันที่ 14 ต.ค.-13 ธ.ค. 63 ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการจัดให้ท่านนั่งรถไฟขบวนอื่นในเส้นทางเดียวกันแทน ***
    อันเดอร์มัท (เยอรมัน: Andermatt) เป็นหมู่บ้านในรัฐอูรี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้ง...

    อันเดอร์มัท (เยอรมัน: Andermatt) เป็นหมู่บ้านในรัฐอูรี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในหุบเขาที่เรียกว่าอัวร์เซอเริน (Urseren) อันเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำร็อยส์ อันเดอร์มัทถือเป็นหมู่บ้านที่เป็นจุดบรรจบกันของช่องเขาที่สำคัญสามช่องเขา ได้แก่ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ทางทิศตะวันออก, ช่องเขาก็อทฮาร์ททางทิศใต้ และช่องเขาฟัวร์คาทางทิศตะวันออก ในอดีตเมืองแห่งนี้จึงเป็นที่พักกลางทางที่สำคัญบนเส้นทางสัญจรของสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรั...

    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐวาเล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการปีนเขาและสกีรีสอร์ทมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของเมืองจึงขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว แซร์มัทมีประชากร 5,714 คน (ค.ศ. 2016) ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ทำงานอยู่ในโรงแรมและร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม มีประชากรถาวรหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นประชากรดั้งเดิมของแซร์มัท ส่วนที่เหลือย้ายมาจากต่างประเทศเมืองแซร์มัทมีกระเช้าลอยฟ้าให้บริการสู่ไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น ซึ่งมีกระเช้าลอยฟ้าข้ามไปยังหมู่บ้านเบรย-แชร์วีเนีย (Breuil-Cervinia) ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งประเทศอิตาลี

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: AMBASSADOR HOTEL, ZERMATT หรือระดับใกล้เคียง
วันที่สี่ 4 : เซอร์แมท – นั่งรถไฟขึ้นเขากรอนเนอร์แกรต ทะเลสาบริฟเฟิลซี – ชมเขาแมทเธอร์ฮอร์น – เด...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะเดินสู่สถานีรถไฟกรอนเนอแกรต นั่งรถไฟไต่เขาสู่ “ยอดเขากรอนเนอแกรต” ซึ่งมีความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชมความงามของยอดเขา ‘แมทเทอร์ฮอร์น’ (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทิวทัศน์อันงดงามของหิมะซึ่งปกคลุมยอดเขาตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า ยอดเขาทรงปิรามิดที่มีปลายคุ้มงอเหมือนตะขอแปลกตา ตลอดจนทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามยิ่งนัก ระหว่างเส้นทางกลับ

    • นำท่านแวะลงที่สถานี Rottenborden ให้ท่านถ่ายรูปคู่กับ “ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee) ทะเลสาบบนเขาที่ท่านสามารถถ่ายรูปยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์นอีกจุดหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพเงาสะท้อนของยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์นในทะเลสาบงดงาม ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองเซอร์แมท

    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร ช่วงบ่าย มีเวลาให้ท่านเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ในเมืองเซอร์แมท ได้ตามอัธยาศัย (ไม่รวมในรายการทัวร์) อาทิ นั่งกระเช้าสู่ยอดเขากลาเซียร์ พาราไดซ์ มีถ้ำน้ำแข็งและลานหิมะ หรืออิสระกับการเดินเที่ยวชมเมืองที่สวยงามตามอัธยาศัย ภายในเมืองจะมีร้านค้าต่างๆมากมายทั้งของที่ระลึกและนาฬิกาแบรนด์ ต่างๆ

    • หมายเหตุ...สำหรับท่านที่สนใจนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวของยอดเขาเม็ทเทอร์ฮอร์น อย่างใกล้ชิดสามารถแจ้งพนักงานขายเพื่อทำการจองก่อนล่วงหน้า หรือติดต่อหัวหน้าทัวร์ เพื่อทำการจอง 20 นาที ราคาประมาณ 220 CHF ต่อท่าน 30 นาที ราคาประมาณ 320 CHF ต่อท่าน
    ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee Lake) ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในเมืองเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอ...

    ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee Lake) ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในเมืองเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่ขอแนะนำว่าต้องไปดูกับตาตัวเองให้ได้ซักครั้ง เพราะความงดงามมหัศจรรย์ราวกับภาพที่จัดวาง ไม่ว่าใครได้ไปแวะชมก็จะต้องติดใจในความสวยของทะเลสาบที่ีเงาสะท้อนของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ไม่ว่าจะไปฤดูไหนก็จะได้ประสสบการณ์ความสวยงามไม่ซ้ำกันเลย

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: AMBASSADOR HOTEL, ZERMATT หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ห้า 5 : เซอร์แมท – มองเทรอร์ – เวเวย์ – โลซานน์ – อินเทอลาเค่น (1)
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • ออกเดินทางผ่าน “มองเทรอซ์” เมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงทั้งในฤดูร้อน และหนาวริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิสฯ” คฤหาสน์ และโรงแรมหรูของเมืองนี้เรียงรายริมถนนเรียบทะเลสาบที่ยาวถึง 7 กิโลเมตร ถ่ายภาพที่ระลึกกับ “ปราสาทชิลลอง” (ภายนอก) ซึ่งสร้างขึ้นโดยบัญชาของท่านเคาท์ ปีเตอร์ ออฟ ซาวอย หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในสมญานามชาร์ลมาญน้อยในครึ่งหลังศตวรรษที่ 13 เป็นที่ประทับโปรดปรานของเคาน์และดยุคแห่งซาวอย
    มองเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มองเทรออยู่...

    มองเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มองเทรออยู่ในภาครอม็องดีซึ่งเป็นเขตที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในสวิตเซอร์แลนด์ มงเทรอตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดริมทะเลสาบเจนีวาบนเส้นทางเข้าสู่หุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางที่โรมันใช้สัญจรผ่าน เมืองนี้ถูกกล่าวถึงในเอกสารครั้งแรกในปี ค.ศ. 1215 ในชื่อ Mustruel

    Rattanaphon Pattha
    ปราสาทชียง (ฝรั่งเศส: Château de Chillon) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กในท...

    ปราสาทชียง (ฝรั่งเศส: Château de Chillon) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กในทะเลสาบเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมงเทรอในรัฐโว ไม่ปรากฏว่าปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปีใด แต่เอกสารเก่าแก่ที่สุดที่ระบุถึงปราสาทหลังนี้อยู่ในปี ค.ศ. 1005 สร้างขึ้นเพื่อใช้ควบคุมเส้นทางการสัญจรระหว่างบูร์กอญกับช่องเขากร็อง-แซ็ง-แบร์นาร์ ในช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ปราสาทถูกใช้เป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนของเคานต์แห่งซาวอย ต่อมาในศตวรรษที่ 16 ปราสาทถูกดยุกแห่งซาวอยใช้เป็นที่คุมขังพระและนักโทษทางการเมือง ในปัจจุบัน ปราสาทหลังนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชม

    ธีระชัย
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • นำคณะสู่เมืองโลซานน์ ชมบรรยากาศของเมืองพร้อมชมตัวเมืองเก่า ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกที่ ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ใน สมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โลซานน์ยังเป็นเมืองที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงโปรดมาก ตั้งแต่ครั้งที่เสด็จฯไปดูงานและศึกษาด้านสาธารณสุข และเมืองโลซานน์ถูกเลือก เป็นที่ประทับถาวรของในหลวง 2 พระองค์ (รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9) ในปี 2476-2488 ซึ่งมีพระชนนีเป็นผู้นำครอบครัวเพียงลำพังในการอภิบาลพระธิดาและพระโอรสที่เป็นในหลวงของชาวไทย 2 พระองค์ จากนั้นเดินทางสู่เมืองอินเทอลาเค่น
    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษ...

    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษาฝรั่งเศสสื่อสารมากกว่าภาษาอื่นของสวิส อันได้แก่ สวิสเยอรมัน สวิสอิตาลีและอังกฤษ จึงเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้คนใช้ชีวิตที่นั่นให้จำเป็นต้องร่ำเรียนรู้สื่อสารภาษาท้องถิ่นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเจนีวา โดยติดกับเมืองเอวีย็อง-เล-แบ็งของประเทศฝรั่งเศส โลซานน์เป็นเมืองหลวงของรัฐโว และตั้งอยู่ห่างจากเมืองเจนีวาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 60 กิโลเมตร ในอดีตเมืองโลซานน์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เพราะพื้นที่ของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวา ทำให้เชื่อมต่อกับอาณาจักรโรมันเมืองอื่นๆได้สะดวก ในอดีตเขตชุมชนตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้วยชัยภูมิของเมืองดี จึงเป็นที่หมายปองของมหาอำนาจ ชาวบ้านจึงย้ายไปตั้งชุมชนบนเนินเขาเหนือทะเลสาบ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ เขตเมืองเก่า (เนินเขาเหนือทะเลสาบ) และเขตริมทะเลสาบ โลซานน์เป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคกลาง ภายในตัวเมืองเชื่อมต่อถึงกันด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ คดเคี้ยวสูงต่ำไปตามเนินเขาที่ตั้งของเมือง ซึ่งได้รับการดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี ดูสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์ขลังของความรุ่งเรืองในยุคโบราณ คนไทยรู้จักเมืองโลซานในฐานะที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาและทรงเจริญพระชนณ์ ณ เมืองนี้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทั้งนี้เมืองโลซานน์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย แต่เราแนศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนสาธารณะเดอน็องตู (Le Denantou ) ในเขตเทศบาลเมืองโลซานน์ เป็นศาลาทรงจัตุรมุขสร้างด้วยไม้สักและไม้เนื้อแข็ง มีหน้าจั่วสี่ด้าน ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร น้ำหนักเฉพาะตัวศาลาอยู่ที่ประมาณ 27 ตัน ก่อสร้างด้วยไม้ตะเคียนและไม้สักตามลักษณะการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ ประดับตกแต่งด้วยเครื่องลำยองคือ ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 กระทรวงต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดยมีพลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น สถาปนิกหลวง ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมและอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ นายก่อเกียรติ ทองผุด เป็นนายช่างศิลปกรรม นายเศกสรรค์ ปัญญารัมย์ เป็นนายช่างเขียนแบบ นายสุทิน เจริญสวัสดิ์ เป็นวิศวกรโยธา แล้วเสร็จเมื่อกลางปี พ.ศ.2550 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จไปประกอบพิธีเปิดศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติหลังนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีแก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศะนำ สวนเดอน็องตู เพราะที่สวนแห่งนี้มีศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบเจนีวาปัจจุบันที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีหลากหลายสาขาให้เลือกเรียน ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1537 ในฐานะโรงเรียนเทววิทยา และเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1890 ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยโลซานน์ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ของไทยอย่างมาก สมเด็จพระพี่นางฯ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ โดยสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาด้านเคมี รัชกาลที่ 8 ทรงศึกษาด้านนิติศาสตร์ และรัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อรัชกาลที่ 9 ได้ทรงครองราชย์ ก็ได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้ปรับปรุงเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแล้วต่อมาในปี 1980 มหาวิทยาลัยย้ายไปตั้งชานเมืองของโลชานน์

    FUNNY TRIP HOLIDAY
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: METROPOL HOTEL / THE HEY HOTEL INTERLAKEN หรือระดับใกล้เคียง
วันที่หก 6 : อินเทอลาเค่น – ซิลธอร์น – มูร์เร่น – กิมเมลวาลด์ อินเทอลาเค่น (2)
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • หลังอาหารเดินทางสู่ เดินทางสู่เมืองเลาเทนบรุนเน่น นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าไต่ความสูงขึ้นไปอีกระดับสู่สถานี Grutschalp

    • นำท่านกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขาชิลธอร์น “SCHILTHORN” ซึ่งนับว่าเป็นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ยอดเขาชิลธอร์น สูง 2,970 เมตร ยอดเขาที่มีชื่อเสียงจาก ภาพยนตร์เรื่องเจมบอนด์ 007 ในวันที่อากาศดีท่านสามารถมองเห็นยอด Jungfrau, ยอด Eiger และ ยอด Monch ตั้งเรียงกันอยู่โดยไม่มีอะไรมาบดบัง ยอดเขาเหล่านี้รวมทั้งชิลธอร์นมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี
    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอ...

    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ลึกเข้ามาจากเมืองอินเทอร์ลาเคินราว 12 กิโลเมตรและตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนินเป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแถบเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
    ชิลท์ฮอร์น เป็นภูเขาในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีค...

    ชิลท์ฮอร์น เป็นภูเขาในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูง 2,970 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชิลท์ฮอร์นตั้งอยู่ทางตะวันตกของหุบเขาเลาเทอร์บรุนเนินถัดจากหมู่บ้านมือเริน โดยมีกระเช้าลอยฟ้าจากมือเรินมายังภูเขาแห่งนี้ บริเวณจุดยอด สามารถมองเห็นได้ทัศนียภาพของเขาทิทลิส, เขาไอเกอร์, เขาเมินช์, เขายุงเฟรา และยังสามารถเห็นไปถึงป่าดำทางทิศเหนือ ตลอดจนมงบล็องทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารหมุนได้พิตส์ กลอเรีย PIZ GLORIA ชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา
  • บ่าย
    • ลงสู่หมู่บ้านมูร์เริน “Murren” มูร์เรินหมู่บ้านบนหน้าผา” ประทับใจกับทิวทัศน์ที่สวยงามน่าหลงใหล มีบรรยากาศความเป็นสวิสแท้ๆ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,650 เมตร เดินเล่นชมบรรยกาศเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นจากนั้นเดินเล่นต่อไปตามทางเพื่อไปยังหมู่บ้าน ‘กิมเมอวาลด์’ (Gimmelwald) หมู่บ้านเล็กๆ ที่งดงามราวภาพวาดตั้งอยู่สูงบนขอบหน้าผาสูงเหนือหุบเขาเลาเตอร์บรุนเนน ใจกลางเทือกเขาแอลป์ของสวิสที่ระดับความสูง 1367 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สมควรแก่เวลา

    • นำคณะเดินทางกลับ “เมืองอินเทอร์ลาเก้น” เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ, นาฬิกาดอกไม้, สถานคาสิโน ฯลฯ
    หมู่บ้านมูร์เริน เป็นหมู่บ้านบนที่ราบสูงในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีระด...

    หมู่บ้านมูร์เริน เป็นหมู่บ้านบนที่ราบสูงในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีระดับความสูงที่ 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลและไม่มีถนนเข้าถึง การเข้าถึงหมู่บ้านนี้มีเพียงทางรถไฟและกระเช้าลอยฟ้าเท่านั้น หมู่บ้านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูร้อนและฤดูหนาว จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นยอดเขาได้สามแห่ง คือ เขาไอเกอร์, เขาเมินช์ และเขายุงเฟรา แม้หมู่บ้านมือเรินมีประชากรเพียง 750 คน แต่โรงแรมมีมากถึง 2,000 เตียง นอกจากนี้ยังมีลู่สกีความยาวรวมกว่า 52 กิโลเมตรและลิฟต์สกีจำนวน 14 ตัว

    Rattanaphon Pattha
    อินเทอร์ลาเคิน (เยอรมัน: Interlaken) เป็นเมืองในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์...

    อินเทอร์ลาเคิน (เยอรมัน: Interlaken) เป็นเมืองในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองอินเทอร์ลาเคินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงแบร์นไปราว 56 กิโลเมตร อยู่บริเวณเชิงเขาทางเหนือของเทือกเขาสวิตแอลป์ เป็นเมืองทางผ่านที่จะขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟรายอคซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปที่เข้าถึงได้ด้วยรถไฟ และด้วยภูมิศาสตร์ของเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสาบทุนและทะเบสาบบรีนซ์ และมีแม่น้ำอาเรเชื่อมทั้งสองทะเลสาบตัดผ่ากลางเมือง ด้วยประการฉะนี้ทำให้อินเทอร์ลาเคินกลายเป็นหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของประเทศ อินเทอร์ลาเคินตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 570 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากอินเทอร์ลาเคินมีทางรถไฟที่จะขึ้นไปสู่หมู่บ้านต่างๆบนเทือกเขา ซึ่งก็จะประกอบด้วยภูเขาหลายลูกด้วยกัน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือยุงเฟรา (4,158 เมตร) รองลงมาคือแมนช์ (4,107 เมตร), อีเกอร์ (3,970 เมตร) โดยราคาเต็มของตั๋วรถไฟไปกลับอินเทอร์ลาเคิน–ยุงเฟรายอร์ชอยู่ที่ 204.40 ฟรังก์

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษฟองดูสวิสรสเลิศ ท่านจะได้ทาน ฟองดูชีส, ฟองดูบูร์กิณญ็อง และฟองดูช๊อคโกแล็ต / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: METROPOL HOTEL / THE HEY HOTEL INTERLAKEN หรือระดับใกล้เคียง
วันที่เจ็ด 7 : อินเทอลาเค่น – นั่งรถไฟพิชิตจุงเฟรา – ถ้ำน้ำแข็ง เลาเทอบรุนเนน – น้ำตกสเตาบอร์ก –...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • เดินทางสู่ “หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน” ชมวิว น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) ที่ไหลลงมาจากหน้าผาเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้

    • จากนั้นนั่ง รถไฟฟันเฟือง สู่ “ยอดเขาจุงเฟรา” ที่ได้ชื่อว่า “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป เปลี่ยนขบวนรถไฟ (Cog Wheel) ณ “สถานีไคลน์ไชเด็ค” ขึ้นสู่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนถึง “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe ชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร เก็บภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์

    • จากนั้นอิสระทุกท่านสนุกสนานบนลานหิมะอย่างเต็มอิ่ม สำหรับภายในตัวอาคารจุงเฟรายังมีห้องนิศรรษการเกี่ยวกับประวัติการสร้างทางรถไฟจุงเฟรา, ร้านจำหน่ายช็อคโกแลตลินน์, ร้านนาฬิกาและร้านจำหน่ายของที่ระลึก ท่านสามารถส่งโปรการ์ดถึงคนพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกจากยอดเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย
    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอ...

    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ลึกเข้ามาจากเมืองอินเทอร์ลาเคินราว 12 กิโลเมตรและตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนินเป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแถบเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศท...

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกในปี 2015 ซึ่งเราก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะประเทศแห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงามมากมาย แค่ได้ตื่นมาเจอกับบรรยากาศแบบนี้ก็ฟินแล้ว หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) โดยมีสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) ตั้งอยู่ด้านบน วันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาไปท่องเที่ยวเส้นทางนี้กันค่ะ ซึ่งต้องขอบอกว่าความสวยงามของที่นี่จะทำให้หัวใจของเราหยุดเต้นได้ชั่วขณะเลยทีเดียว ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 การที่จะขึ้นไปทำความรู้จักกับจุงเฟราได้นั้น มีวิธีเดียวคือการนั่งรถไฟขึ้นไป โดยมี 2 เส้นทางให้เลือก คือ Lauterbrunnen และ Grindelwald ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะวิ่งผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า ค่อย ๆ ไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ที่ความสูง 3,454 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป เมื่อถึงสถานีปลายทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายนี้ ที่จัดแสดงในอุโมงค์ยาว พร้อมทั้งมีถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่มีรูปปั้นแกะสลัก และอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย จุดที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดก็คือบริเวณจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถออกไปสัมผัสกับหิมะสีขาวโพลนบนพื้นที่ภูเขาที่สูงมาก ๆ พร้อมกับชมทัศนียภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่มาก ๆ อีกแห่งหนึ่งในยุโรป และต้องขึ้นไปที่หอคอย Sphinx ซึ่งมีความสูงถึง 3,571 เมตร บนคอหอยจะสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา มองเห็นยอดเขาอื่น ๆ เรียงรายสลับซับซ้อน ยอดเขาแต่ละแห่งต่างปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นรถไฟจากเส้นทางหนึ่ง แล้วลงอีกเส้นทางหนึ่งก็ได้ เพื่อที่จะได้เห็นวิวสองข้างทางของทั้ง 2 เส้นทาง ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก หากใครพักที่เมืองอินเทอร์ลาเคน ก็สามารถเที่ยวยอดเขาจุงเฟราได้ใน 1 วัน ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนก็ขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาจุงเฟราได้ เพราะที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูกาลที่นี่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ใครอยากเห็นดอกไม้สีสันสดใส พร้อมภูเขาสีเขียวก็มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ถ้าใครอยากเห็นหิมะแบบจัดเต็มก็ตะลุยไปเลยในช่วงหน้าหนาว สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟยอดเขาจุงเฟราและตั๋วรถไฟได้ที่ jungfrau

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทางลงเขาด้วยรถไฟ ฟันเฟืองสู่สถานีไอเกอร์ (Eiger)

    • จากนั้นโดยสารกระเช้าชมวิวเทือกเขาแอล์ป (THE V-CABLEWAY) ลงสู่สถานีกริลเดลวาล์วกรุนด์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น

    • จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองลูเซิร์น” Luzern เมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้ มากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

    • นำคณะไปถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์สิงโต” อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯ ผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส อิสระตามอัธยาศัยกับการเที่ยวชมบรรยากาศของเมือง

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง “ชวาเน่นท์พลัทซ์” ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ช็อคโกแล็ต ของซูวีเนียร์ต่างๆ และที่ท่านไม่ควรพลาดคือ นาฬิกายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงของสวิสเซอร์แลนด์จากร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ ROLEX, โอเมก้า, บุคเคอเรอร์, กือเบอลิน, เอ็มบาสซี่ ฯลฯ / นำคณะออออกเดินทางเข้าสู่เมืองซูริค
    เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตา...

    เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตาลี และสโลวีเนียทางด้านตะวันออก ไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี และฝรั่งเศสทางด้านตะวันตก เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาอายุน้อย เกิดขึ้นเมื่อแผ่นทวีปแอฟริกามุดใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย (อนุทวีปสเปนและอิตาลีชนกับแผ่นดินใหญ่) ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์คือ มงบล็อง ที่ความสูง 4,807 เมตร บริเวณชายแดนฝรั่งเศสกับอิตาลี[1] ซึ่งถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป

    Rattanaphon Pattha
    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลู...

    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลูเซิร์นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความที่ลูเซิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศ ทำให้ลูเซิร์นกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ, การคมนาคม, ทางวัฒนธรรม ของภาคกลาง ภาษาทางการที่ใช้ในลูเซิร์นคือภาษาเยอรมัน (ภาษาพูด สวิสเยอรมัน ท้องถิ่น) ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกติดกับทะเลสาบลูเซิร์น มีแม่น้ำร็อยส์ไหลออกมาจากทะเลสาบผ่านกลางเมือง จากเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์, เขาพีลาทุส และเขารีกี ลูเซิร์นมีภูมิอากาศเย็นตลอดทั้งปี จุดหมายตาที่สำคัญในเมืองคือคาเพ็ลล์บรึคเคอ สนามบินที่อยู่ใกล้ลูเซิร์นที่สุดคือท่าอากาศยานซือริช ซึ่งมีรถไฟโดยตรงมาสู่ลูเซิร์นทุกชั่วโมงโดยใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชนอลามันน์เชื้อสายเยอรมันก็มีอิทธิพลเหนือดินแดนที่เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน จนกระทั่งราวปี 750 ก็มีการจัดตั้งสังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ (St. Leodegar) นิกายโรมันคาทอลิกขึ้น ต่อมาในศตวรรษที่ 9 สังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ได้ตกอยู่ในการปกครองของอารามมูร์บัค (Murbach Abbey) ในแคว้นอาลซัส ในช่วงเวลานี้เอง พื้นที่แถบนี้ได้ถูกเรียกว่า ลูกิอาริอา(ละติน: Luciaria) ต่อมาในปี 1178 สังฆมณฑลแห่งนี้ได้เป็นอิสระจากอารามมูร์บัค และได้สถาปนาสังฆมณฑลเป็นเมืองลูเซิร์นในปีเดียวกัน เมืองลูเซิร์นกลายเป็นทางผ่านที่สำคัญบนเส้นทางการค้าที่กำลังเฟื่องฟูในภูมิภาคก็อทฮาร์ท (Gotthard)

    Rattanaphon Pattha
    สิงโตแห่งลูเซิร์น (อังกฤษ: Lion of Lucerne) หรือที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล (เย...

    สิงโตแห่งลูเซิร์น (อังกฤษ: Lion of Lucerne) หรือที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล (เยอรมัน: Löwendenkmal) เป็นประติมากรรมแกะสลักหินผา ตั้งอยู่ใจกลางนครลูเซิร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ รูปสลักสิงโตที่ใกล้ตายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้คนระลึกถึงองครักษ์สวิสที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คณะปฏิวัติบุกพระราชวังตุยเลอรีในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1792 อนุสาวรีย์นี้ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้มากเยี่ยมชมมากกว่าล้านคนในแต่ละปี อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้รับการคุ้มครองเป็นให้เป็นมรดกแห่งชาติสวิส ราชสำนักฝรั่งเศสได้ว่าจ้างหน่วยทหารสวิสราว 1,200 นายได้ทำหน้าองค์รักษ์ของราชสำนัก ต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติฝรั่งเศสเกิดขึ้น กลุ่มผู้ปฏิวัติที่โกรธแค้นได้บุกและยึดพระราชวังตุยเลอรีในกรุงปารีส แม้สมาชิกของราชวงศ์ได้หลบหนีออกจากวังไปแล้วก่อนที่คณะปฏิวัติจะมาถึง แต่เหล่าทหารสวิสราว 1,000 นายก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ของตนในการปกป้องพระราชวัง ทหารสวิสได้อยู่ต่อสู้กับฝูงชนเพื่อปกป้องพระราชวังที่ไร้ผู้คน ในการต่อสู้ครั้งนี้มีทหารมีเสียชีวิตประมาณ 760 นาย นอกจากนี้ ยังมีทหารสวิสอีกส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตระหว่างคุ้มกันพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ไปลี้ภัยยังอาคารสมัชชาแห่งชาติ

    FUNNY TRIP HOLIDAY
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

    • พักที่: DORINT HOTEL / HOLIDAY INN ZURICH HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่แปด 8 : ซูริค – ชมน้ำตกไรน์ – สนามบิน
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • จากนั้นเดินทางเข้าสู่“เมืองซาฟเฮาส์เซ่น” Schaffhausen เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ ชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรปแม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสแตนท์ที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี ส่วนที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบคอนสแตนท์ก่อกำเนิดแม่น้ำไรน์สายใหญ่ ไหลผ่านหน้าผาสูงชันที่เมืองซาฟเฮาส์เซ่นเกิดเป็น “น้ำตกไรน์ที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลาง”

    • ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค นำคณะเช็คอิน และทำ TAX REFUNED
    น้ำตกไรน์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บร...

    น้ำตกไรน์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณทางเหนือของนครซือริช บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชัฟเฮาเซินกับรัฐซือริชในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร ในช่วงฤดูหนาว จะมีปริมาณน้ำเฉลี่ยราว 250 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที และในฤดูร้อนจะมีน้ำเฉลี่ยมากถึง 600 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ปลาทั่วไปไม่สามารถว่ายขึ้นน้ำตกแห่งนี้ได้ มีเพียงปลาไหลเท่านั้นที่มีเทคนิคเฉพาะตัวในการไต่ขึ้นน้ำตก น้ำตกแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายเมื่อราว 14,000 ถึง 17,000 ปีที่แล้ว ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
  • 13:15
    • เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการไทย เที่ยวบินที่ TG971
วันที่เก้า 9 : กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
  • 06:10
    • เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 50,000 THB

    บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 10 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน และหรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 20 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ ถ้าท่านต้องการ

     บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเหนือความ รับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการเช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ

    เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้า และออกประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี

     เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  •  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน – คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด หรือเงินค่ามัดจำที่ต้อง การันตีที่นั่งกับสายการบิน หรือ กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศ หรือ ต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ (ค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง)

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 1 ถึง 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 % ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • หนังสือเดินทาง (ตัวจริง) ที่เหลืออายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีหน้าหนังสือเดินทางว่างอย่างน้อย 3 หน้า

     รูปถ่ายสี ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป (ต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) หน้าตรง ไม่สวมแว่นตา ไม่ยิ้มเห็นฟัน ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะเดินทาง (สถานทูตไม่รับรูปที่ปริ๊นจากคอมพิวเตอร์)

     สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

    สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

    สำเนาทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า / สำเนาใบมรณะบัตร / สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล / เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ (ถ้ามี)

    หลักฐานแสดงสถานะการทำงาน 1 ชุด

     กรณีเจ้าของกิจการ/ค้าขาย : หลักฐานทางการค้า เช่น สำเนาใบรับรองจากกระทรวงพาณิชย์หรือใบทะเบียนการค้าที่มีชื่อผู้เดินทาง หรือ สำเนาใบเสียภาษี (ภพ.20) อายุย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง)

      กรณีข้าราชการ/พนักงาน/ผู้ถือหุ้น : หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานเป็นภาษาอังกฤษ(ตัวจริง) ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และวันเริ่มงาน อายุย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง) พร้อมสลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน

     กรณีนักเรียนและนักศึกษา : หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ(ตัวจริง) จากสถาบันที่ศึกษาอยู่ อายุย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง)

    หนังสือแสดงการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement) (ตัวจริง)ของบัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน โดยต้องมีเลขที่บัญชีระบุอยู่ทุกหน้า แต่ในกรณีที่ยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ไม่ถึง 6 หลัก สามารถแนบ Statements หรือสำเนาสมุดบัญชีฝากประจำเพิ่มเติมในการยื่นได้)

    หนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Guarantee) (ตัวจริง) ในการออกจดหมายรับรองกรุณาระบุคำว่า TO WHOM IT MAY CONCERN แทนการใช้ชื่อแต่ละสถานทูต (เนื่องจากประเทศในยุโรปเข้าร่วมกลุ่มยูโรโซน) และกรุณาสะกดชื่อให้ตรงกับหน้าพาสปอร์ต และหมายเลขบัญชีเล่มเดียวกับ Statement ที่ท่านจะใช้ยื่นวีซ่า (ใช้เวลาดำเนินการขอประมาณ 3-5 วันทำการ) โดยต้องทำแยกกัน ระบุตามชื่อผู้เดินทาง 1 ท่าน / 1 ฉบับ

    กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ / หากเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดา/มารดาคนใดคนหนึ่ง หรือบิดามารดาไม่ได้เดินทางทั้งสองคน ต้องมีจดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่าง ประเทศจากบิดา และ มารดา ซึ่งจดหมายต้องออกโดยที่ว่าการอำเภอ

    การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่าสถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง

    หากสถานทูตมีการเรียกสัมภาษณ์ ทางบริษัทฯขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน

    กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

    ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 30 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก

    สำเนาสูติบัตร 1 ชุด (กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี)

     ในกรณีเป็น บิดา/มารดา/บุตร, สามี/ภรรยา และญาติ (สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้กันได้) โดยใช้เอกสารเพิ่มเติม

อัตราค่าบริการนี้รวม
  •  โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน ราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลหรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก

     ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ

    ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน

    ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน

    ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม

    น้ำดื่ม ท่านละ 1 ขวดต่อวัน

     ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์) ในกรณีท่านอายุเกิน 75 ปี ท่านต้องซื้อประกันเพิ่ม

    ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ – ซูริค – กรุงเทพฯ (หรือสลับประเทศลงก่อน-หลัง)

     ค่าทิปพนักงานขับรถ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  •  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ

     ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ วันละ 100 บาท / ท่าน (9 วัน)

หมายเหตุ
  •  หากในช่วงที่ท่านเดินทางคิววีซ่ากรุ๊ปในการยื่นวีซ่าเต็ม ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ซึ่งทางท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยดูแล และอำนวยความสะดวก

     เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน

     ทางบริษัทจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 15 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทจะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน, ห้องพักที่คอนเฟิร์ม มาจากทางยุโรป, ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 15 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง

     กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

    - ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการ ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา

    - ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วจะต้องทำการ REFUND โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องถูกหักบางส่วน และส่วนที่เหลือจะคืนให้ท่านภายใน 45-60 วัน (ตามกฎของแต่ละสายการบิน) ถ้ายังไม่ออกตั๋วท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น

    - ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ตามกฎท่านจะต้องโดนค่ามัดจำห้องใน 2 คืนแรกของการเดินทางหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และมีเอกสารชี้แจงให้ท่านเข้าใจ

     หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%

     ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ป FINAL 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿129,492
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿129,492
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿129,492
0 บทวิจารณ์