แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์*พักเมืองเวอร์แมท 9 วัน 6 คืน

สวิตเซอร์แลนด์

ไฮไลท์แพ็คเกจ

นั่งรถไฟชมวิวสายโรแมนติกเบอร์นิน่า เอกซ์เพรส – เซนต์ มอริทซ์ – อันเดอร์แมท นั่งรถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กเพรส – เซอร์แมท – นั่งรถไฟกรอเนอแกรต – ชมวิวเขาแมทเธอร์ฮอร์น โลซานน์ – เจนีวา – กรูแยร์ – กรุงเบิร์น – อินเทอร์ลาเค่น – ขึ้นภูเขาหิมะจุงเฟรา – ลูเซิร์น อนุสาวรีย์สิงโต – ทะเลสาบลูเซิร์น – สะพานไม้คาเปล – ซุก – ล่องทะเลสาบซุก – ชาฟฮาวเซ่น น้ำตกไรน์ – ซูริค *** อาหารครบทุกมื้อ ***

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

18-26 มีนาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿118,692
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿16,900
25 มีนาคม-02 เมษายน 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿118,692
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿16,900

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ซูริค
  • 17:00
    • สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4
  • 20:25
    • เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์...โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR835
วันที่สอง 2 : ซูริค – พอนเตสซิน่า – รถไฟชมวิวสายโรแมนติก “เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพรส” – เซนต์มอริซท์ /...
  • 00:10
    • ถึงสนามบินกรุงโดฮา (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 01:45
    • เหิรฟ้าสู่กรุงซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์...โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR
  • 07:15
    • เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติซูริค ถึงสนามบินนานาชาติซูริค ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง

    • จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่เมืองพอนเตสซิน่า ชมความงามของธรรมชาติสองข้างทาง ผ่านชมหุบเขาและย่านทะเลสาบอันสวยงาม ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งขุนเขาและทะเลสาบถึง “เมืองพอนเตสซิน่า” เมืองตากอากาศแสนสวยท่ามกลางธรรมชาติของกลางหุบเขาแอล์ป มีเวลาให้ท่านเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • นำคณะนั่งรถไฟสายโรแมนติก “เบอร์นิน่าเอกซ์เพรส” ซึ่งเป็นรถไฟชมวิวแบบพาโนรามาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพลิดเพลินกับบรรยากาศทิวทัศน์ที่สวยงามของ ภูเขาหิมะ ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า หมู่บ้านที่สวยงามตั้งเรียงรายกระจัดการจาย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และผ่านเส้นทางหลายจุดที่ถูกประกาศให้เป็น “เส้นทางสายมรดกโลก” ระหว่างการเดินทาง รถไฟจะแล่นผ่านเกลเชอร์ ข้ามเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูง 7,390 ฟิต ท่านจะได้สัมผัสและพูดได้เต็มปากว่าได้ชมทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์มาแล้ว ท่านจะตื่นตาตื่นใจมิรู้เบื่อหน่าย ทิวทัศน์สอง ข้างทางจะเปลี่ยนไปทุกนาที อุโมงค์ลอดใต้ภูเขาทั้งลูก สะพานสูงข้ามเหวลึกและธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมจะช่วยเสริมความเพลิดเพลินให้ท่านตลอดการเดินทาง

    • จนกระทั่งเข้าสู่ “เมืองเซ็นต์มอร์ริทซ์” เมืองตากอากาศและศูนย์กลางกีฬาสกีที่มีชื่อเสียงระดับโลกเมืองตากอากาศฤดูหนาวที่แสนสงบ และในปีค.ศ.1864 ได้สร้างโรงแรมแห่งแรกของเมือง และเชิญแขกชาวอังกฤษมาพัก ทำให้เกิดกิจกรรมกีฬาฤดูหนาวต่างๆ และเป็นสถานที่แข่งขันกีฬาระดับเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ และกีฬาโอลิมปิก บรรยากาศโดยรอบตัวเมืองถูกโอบล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบอันสวยงาม กล่าวได้ว่าในบรรดาเมืองตากอากาศของสวิสฯ ไม่มีที่ใดจะหรูและแพงยิ่งกว่าเมืองนี้อีกแล้ว
    Bernina Express (เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพลส) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที...

    Bernina Express (เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพลส) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุด สูงที่สุดในยุโรป และเป็นเส้นทางรถไฟสายเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ อายุกว่า 100 ปี ให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1910 จนถึงปัจจุบัน เป็น 1 ใน 3 เส้นทางรถไฟที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นรถไฟเส้นทางสายมรดกโลก อีกทั้งเส้นทางรถไฟช่วงวนรอบสะพาน Brusio Spiral Viaduct แบบ 360 องศานั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย นอกจากจะเป็นเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดแล้ว Bernina Express ยังเป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปอีกด้วย มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,253 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 121 กิโลเมตร และระหว่างทางยังลอดผ่านอุโมงค์ถึง 55 แห่ง รวมถึงสะพานอีกกว่า 196 สะพาน รถไฟจะวิ่งไต่ระดับความสูงขึ้นไป จุดสูงที่สูดคือ Ospizio Bernina สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,553 เมตร Bernina Express (เบอร์นิน่า เอ็กซ์เพลส) เป็นเส้นทางรถไฟวิ่งจากเมือง Chur ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปยังเมือง Tirano ประเทศอิตาลี ระหว่างทางที่เรานั่งรถไฟนั้น จะเห็นบรรยากาศ ทัศนียภาพโดยรอบของธรรมชาติแบบ 360 องศา ผ่านกระจกบานใหญ่ ทั้งภูเขา Swiss Alps ที่ขึ้นชื่อ , ทะเลสาบ , น้ำตก เป็นต้น ช่วงฤดูร้อนก็จะได้เห็นความงามของป่าเขียวขจี ทะเลสาบสีฟ้าใส ท้องฟ้า และภูเขางามๆ หรือจะเที่ยวช่วงฤดูหนาว ก็จะได้พบกับความงามของหิมะที่ปกคลุมยอดเขา และทั่วทุกพื้นที่ ราวกับอยู่ในโลกเทพนิยายก็ว่าได้

    Rattanaphon Pattha
    เมืองตากอากาศสุดหรูบนภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางยาวหลายไมล์สำหรับเล่นสกีและเดินเขา รวม...

    เมืองตากอากาศสุดหรูบนภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางยาวหลายไมล์สำหรับเล่นสกีและเดินเขา รวมถึงสนามกอล์ฟ บ่อสปา และแหล่งช้อปปิ้งในบรรยากาศที่หรูหราท่ามกลางทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาแอลป์ เซนต์มอริทซ์มีชื่อเสียงจากการเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในการท่องเที่ยวเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศริมทะเลสาบอันน่าทึ่งและมีเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะซึ่งดึงดูดใจเศรษฐีและเหล่าคนดังมาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1860 สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเล่นสกี เดินป่า ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ และเล่นกอล์ฟท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม อิ่มอร่อยในร้านอาหารที่ได้รับรางวัล เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ แล้วแวะช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลีกสุดหรู เมืองเซนต์มอริทซ์ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของ ทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ที่งดงามระยิบระยับ ชมบ้านสไตล์เทือกเขาแอลป์ดั้งเดิมที่อยู่รวมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอื่นๆ เช่น Chesa Futura เลือกซื้อของในร้านบูติกและร้านค้าปลีกสุดหรูที่ Via Serlas เยี่ยมชมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ เช่น พิพิธภัณฑ์ Berry, พิพิธภัณฑ์ Engandiner และ พิพิธภัณฑ์ Segantini เดินเที่ยวชมรอบทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ที่ใสราวคริสตัล พลางชมทัศนียภาพของเมืองที่สวยงามสะดุดตา หรือออกไปล่องเรือในฤดูร้อนและเล่นสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว เดินท่องป่าระยะสั้นๆ ผ่านป่าสนไปยังทะเลสาบ Staz ที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำในช่วงที่อากาศอบอุ่น ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าและทางรถไฟต่างระดับขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งมีเส้นทางสำหรับเดินป่าและเล่นสกียาวหลายไมล์รอคุณอยู่ เล่นสกี สโนว์บอร์ด เดินบนรองเท้าหิมะ และนั่งเลื่อนหิมะบนลู่เล่นสกีที่ตกแต่งไว้อย่างพิถีพิถันที่ สกีรีสอร์ต Corviglia และ สกีรีสอร์ต Diavolezza สัมผัสกับความสุขสนุกสนานไม่รู้จบขณะสำรวจเส้นทางชมทัศนียภาพรอบๆ Muottas Muragl และ ยอดเขา Corvatsch ผู้ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟจะมีโอกาสได้เล่นบนสนามกอล์ฟทั้งห้าแห่งในหุบเขา Engadin ไม่ว่าจะเป็น Golf Engadin St. Moritz และ Kulmpark St. Moritzขนาด 9 หลุม เติมพลังให้กับร่างกายที่สระน้ำพุร้อนที่มีคุณค่าในการบำบัดรักษาที่ St. Moritz Bäder สำรวจร้านอาหารในเซนต์มอริทซ์ ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น อาทิ Capun (เนื้อและแป้งสอดไส้ห่อด้วยผักกาด) และ Engadin nusstorte (เค้กถั่ว) ในร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำจากหนังสือ Gault Millau ลิ้มลองวิสกี้ที่มีให้เลือกกว่า 2,500 ชนิดที่ Devil’s Place เดินไปยังร้านอาหาร Via Gastronomica ซึ่งมีเมนูอาหารเลิศรสเสิร์ฟคู่กับทัศนียภาพที่สวยงามหาที่เปรียบมิได้ ใช้เวลาขับรถจากเมืองซูริคมายังเซนต์มอริทซ์ประมาณ 3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่นี่เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ และยังสามารถขึ้นรถไฟสาย Bernina Express หรือ Glacier Express เพื่อสัมผัสกับการเดินทางชมทัศนียภาพสองแบบ รวมทั้งขึ้นท่องเที่ยวบนไหล่เขาได้ เมื่อเดินทางมาถึง สามารถเข้าไปยังใจกลางเมืองผ่าน เซนต์มอริทซ์ ดีไซน์ แกลเลอรี่ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการสำหรับคนที่เดินผ่านไปมาได้

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางสู่ที่พัก

    • พักที่: LAUDINELLA HOTEL หรือระดับใกล้เคียง *** กรุณาแยกเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าเล็กเพื่อไปใช้ในเมืองเซอร์แมท***
วันที่สาม 3 : เซนต์มอริซท์ / คูร์ – นั่งรถไฟกลาเซียร์ เอ็กซ์เพรส – อันเดอร์แมท ฟูร์ก้า พาส – พั...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะสัมผัสประสบการณ์กับการนั่งรถไฟ “กลาเซียร์เอ็กซเพรส” Glacier Express (ช่วงการเดินทางที่สวยสุดของเส้นทางกลาเซียร์ เอ็กซ์ เพรส ระหว่างเมืองเซนต์มอริทซ์ – อันเดอร์แมท) ผ่านชมภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ มีทั้งอุโมงค์, สะพาน, หุบเหว, สวิสฯ แกรนด์แคนยอน และหุบเขาที่สูง 2,000 กว่าเมตร ตลอดเส้นทางท่านสามารถชมยอดเขาที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งเจ้าของเส้นทาง Furka-Oberralp-Bahn ที่พาดผ่านในกลางเทือกเขาแอลป์ โดยช่วงสำคัญระหว่างทาง จะผ่านสะพานข้ามช่องเขา (Landwasser Viaduct) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเส้นกลาเซียร์ เอ็กซ์เพรส สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1902 โดยมีช่องโค้งรับน้ำหนังถึงหกช่อง และมีความสูงถึง 65 เมตร จากนั้นรถไฟจะค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดของเส้นทางรถไฟ(2,033 เมตร) ในบริเวณโอเบอราลพ์ พาส(Oberalp Pass) ท่านจะเห็นวิวที่สวยงามของเทือกเขาแอล์ป จะทำให้ท่านประทับใจไปตลอดทั้งชีวิต จากนั้นรถไฟจะค่อยๆวิ่งลงเขาสู่ “เมืองอันเดอร์แมท” Andermatt เมืองสกีรีสอร์ทเล็กๆ ที่น่ารัก https://www.glacierexpress.ch/en/services/image-gallery/
    กลาเซียร์เอ็คส์เพร็ส เป็นรถไฟท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเมืองตากอากาศหลักของสวิต...

    กลาเซียร์เอ็คส์เพร็ส เป็นรถไฟท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างสองเมืองตากอากาศหลักของสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ เทศบาลแซร์มัทและเทศบาลซังคท์โมริทซ์ ผ่านเทศบาลอันเดอร์มัท ในเทือกเขาสวิสแอลป์ตอนกลาง แม้จะมีคำว่า "เอ็คส์เพร็ส" แต่รถไฟนี้กลับไม่ใช่รถไฟด่วนในแง่ของความเร็ว กลับกันนั้น เป็นรถไฟที่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางนานถึงแปดชั่วโมง ถือว่าเป็นรถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก[1] เส้นทางของกลาเซียร์เอ็คส์เพร็สมีความยาว 291 กิโลเมตร ผ่านสะพาน 291 แห่งและอุโมงค์ 91 แห่ง การเดินทางจากแซร์มัทจะเริ่มขึ้นบริเวณมัทเทอร์ทาลที่ระดับความสูง 1,606 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และจะผ่านอุโมงค์ฟัวร์คาซึ่งมีความยาวถึง 15.4 กิโลเมตรเพื่อข้ามช่องเขาฟัวร์คาที่ระดับความสูง 1,500 เมตร จากนั้นรถไฟจะจอดชั่วคราวที่ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ที่ความสูง 2,033 เมตร จากนั้นจึงลดระดับลงมายังจุกต่ำสุดของเส้นทางที่เมืองคูร์ที่ความสูง 585 เมตร เมื่อพ้นเมืองคูร์อันเป็นเมืองหลวงของรัฐเกราบึนเดิน รถไฟจะเริ่มไต่ระดับอีกครั้งเพื่อขึ้นไปยังซังคท์โมริทซ์ในหุบเขาด้านทิศใต้ กลาเซียร์เอ็คส์เพร็สเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1930 โดยการร่วมทุนระหว่างรัฐเกราบึนเดินกับรัฐวาเลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รถไฟสายนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า กลาเซียร์ ที่สื่อถึงธารน้ำแข็งโรนในช่องเขาฟัวร์คา[1] ขบวนรถแบ่งที่นั่งออกเป็นชั้นหนึ่งและชั้นสอง การซื้อตั๋วแบบจองที่นั่งล่วงหน้าควรทำอย่างน้อยสองเดือนก่อนเดินทาง ในฤดูหนาวจะมีให้บริการเที่ยวละวันจากต้นทางและปลายทาง ส่วนในฤดูอื่นจะมีหลากหลายเที่ยวต่างกันไปตามเส้นทาง

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • มีเวลาให้ท่านเก็บภาพความประทับใจในเมืองอันเดอร์แมท

    • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเซอร์แมท” Zermatt โดยรถโค้ชปรับอากาศและเส้นทางจะต้องผ่านอุโมงค์ฟูร์ก้า พาส(Furka Pass) ที่มีความยาวถึง 15,407 เมตร ที่สำคัญคือต้องเอารถโค้ชขึ้นโดยสารรถไฟเพื่อรอดอุโมงค์นี้ เป็นการเดินทางที่น่าทึ่งยิ่งนัก

    • จากนั้นรถโค้ชจะวิ่งผ่านเมืองเล็กๆ จนกระทั่งถึงเมืองแทส(Tasch) เราต้องเปลี่ยนพาหนะเป็นรถไฟแทน(ใช้เวลา เดินทาง 15 นาที) เนื่องจากหมู่บ้านเซอร์แมทไม่อนุญาตให้รถยนต์(น้ำมัน) วิ่งในเมือง / เซอร์แมทตากอากาศที่สวยงามดุจสวรรค์บนดิน ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร (5,350 ฟุต) เป็นเจ้าของ ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น สัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองซึ่งสงวนสถานที่ไว้ให้มีแต่อากาศบริสุทธิ์ โดยห้ามรถที่ใช้แก๊สและน้ำมันเข้ามา นอกจากรถไฟฟ้า และรถม้าที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งท่านจะประทับจากประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ อิสระกับการเดินเที่ยวชมเมืองหรือถ่ายรูปตามอัธยาศัย
    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรั...

    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐวาเล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการปีนเขาและสกีรีสอร์ทมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของเมืองจึงขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว แซร์มัทมีประชากร 5,714 คน (ค.ศ. 2016) ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ทำงานอยู่ในโรงแรมและร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม มีประชากรถาวรหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นประชากรดั้งเดิมของแซร์มัท ส่วนที่เหลือย้ายมาจากต่างประเทศเมืองแซร์มัทมีกระเช้าลอยฟ้าให้บริการสู่ไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น ซึ่งมีกระเช้าลอยฟ้าข้ามไปยังหมู่บ้านเบรย-แชร์วีเนีย (Breuil-Cervinia) ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งประเทศอิตาลี

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: ALBANA REAL HOTEL, SONNE HOTEL, ZERMATT หรือระดับใกล้เคียง
วันที่สี่ 4 : นั่งรถไฟขึ้นชมเขาแมทเธอร์ฮอร์น – กรอนเนอแกรต – ริฟเฟลซี มองเทรอซ์ – ปราสาทชิลลอง – โลซ...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะเดินสู่สถานีรถไฟกรอนเนอแกรต นั่งรถไฟไต่เขาสู่ “ยอดเขากรอนเนอแกรต” ซึ่งมีความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำ ทะเล ชมความงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งท่านสามารถเห็นอยู่ แค่เอื้อม ชื่นชมกับทิวทัศน์เหนือม่านเมฆ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของหิมะซึ่งปกคลุมยอดเขาตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้า ยอดเขาทรงปิรามิดที่มีปลายคุ้มงอเหมือนตะขอแปลกตาจนราชาการ์ตูนวอล์ทดีสนีย์ นำไปเป็นแบบเครื่องเล่นบิ๊กธันเดอร์ Big Thunder ในสวนสนุกดีสนีย์แลนด์ ตลอดจนทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามยิ่งนัก

    • จากนั้นระหว่างทางนำท่านแวะลงที่สถานี Rottenborden ให้ท่านถ่ายรูปคู่กับ “ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee) ทะเลสาบบนเขาที่ท่านสามารถถ่ายรูปยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์นอีกจุดหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพเงาสะท้อนของยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์นในทะเลสาบงดงาม ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองเซอร์แมท
    ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee Lake) ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในเมืองเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอ...

    ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee Lake) ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในเมืองเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่ขอแนะนำว่าต้องไปดูกับตาตัวเองให้ได้ซักครั้ง เพราะความงดงามมหัศจรรย์ราวกับภาพที่จัดวาง ไม่ว่าใครได้ไปแวะชมก็จะต้องติดใจในความสวยของทะเลสาบที่ีเงาสะท้อนของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ไม่ว่าจะไปฤดูไหนก็จะได้ประสสบการณ์ความสวยงามไม่ซ้ำกันเลย

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย
    • นำคณะออกเดินทางผ่าน “เมืองมองเทรอซ์” (139 กม.) เมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงทั้งในฤดูร้อน และหนาวริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิสฯ” คฤหาสน์ และโรงแรมหรูของเมืองนี้เรียงรายริมถนนเรียบทะเลสาบที่ยาวถึง 7 กิโลเมตร แวะถ่ายภาพที่ระลึกกับ “ปราสาทชิลลอง” (ภายนอก) ซึ่งสร้างขึ้นโดยบัญชาของท่านเคาท์ ปีเตอร์ ออฟ ซาวอย หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในสมญานามชาร์ลมาญน้อยในครึ่งหลังศตวรรษที่ 13 เป็นที่ประทับโปรดปรานของเคาน์และดยุคแห่งซาวอย ในฤดูร้อนของทุกปีที่เมืองมองเทอรซ์จะมีการจัดงานแจ๊สเฟสติวัลระดับโลกขึ้นและยังเป็นที่เฟดดี้ เมอร์คิวรี่ นักร้องนำวงควีน มาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอีกด้วย

    • นำคณะเดินทางสู่ “เมืองโลซานน์” (30 กม.) นำคณะชื่นชมบรรยากาศของเมืองพร้อมชมตัวเมืองเก่า แวะให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้า “พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก” เมืองโลซานน์ ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และมีอากาศที่ปราศจากมลพิษ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โลซานน์”ยังเป็นเมืองที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงโปรดมาก ตั้งแต่ครั้งที่เสด็จฯไปดูงานและศึกษาด้านสาธารณสุข และเมืองโลซานน์ถูกเลือก เป็นที่ประทับถาวรของในหลวง 2 พระองค์ (รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9) ในปี 2476-2488 ซึ่งมีพระชนนีเป็นผู้นำครอบครัวเพียงลำพังในการอภิบาลพระธิดาและพระโอรสที่เป็นในหลวงของชาวไทย 2 พระองค์
    มองเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มองเทรออยู่...

    มองเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มองเทรออยู่ในภาครอม็องดีซึ่งเป็นเขตที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในสวิตเซอร์แลนด์ มงเทรอตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดริมทะเลสาบเจนีวาบนเส้นทางเข้าสู่หุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางที่โรมันใช้สัญจรผ่าน เมืองนี้ถูกกล่าวถึงในเอกสารครั้งแรกในปี ค.ศ. 1215 ในชื่อ Mustruel

    Rattanaphon Pattha
    ปราสาทชียง (ฝรั่งเศส: Château de Chillon) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กในท...

    ปราสาทชียง (ฝรั่งเศส: Château de Chillon) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กในทะเลสาบเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมงเทรอในรัฐโว ไม่ปรากฏว่าปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปีใด แต่เอกสารเก่าแก่ที่สุดที่ระบุถึงปราสาทหลังนี้อยู่ในปี ค.ศ. 1005 สร้างขึ้นเพื่อใช้ควบคุมเส้นทางการสัญจรระหว่างบูร์กอญกับช่องเขากร็อง-แซ็ง-แบร์นาร์ ในช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ปราสาทถูกใช้เป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนของเคานต์แห่งซาวอย ต่อมาในศตวรรษที่ 16 ปราสาทถูกดยุกแห่งซาวอยใช้เป็นที่คุมขังพระและนักโทษทางการเมือง ในปัจจุบัน ปราสาทหลังนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชม

    ธีระชัย
    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษ...

    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษาฝรั่งเศสสื่อสารมากกว่าภาษาอื่นของสวิส อันได้แก่ สวิสเยอรมัน สวิสอิตาลีและอังกฤษ จึงเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้คนใช้ชีวิตที่นั่นให้จำเป็นต้องร่ำเรียนรู้สื่อสารภาษาท้องถิ่นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเจนีวา โดยติดกับเมืองเอวีย็อง-เล-แบ็งของประเทศฝรั่งเศส โลซานน์เป็นเมืองหลวงของรัฐโว และตั้งอยู่ห่างจากเมืองเจนีวาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 60 กิโลเมตร ในอดีตเมืองโลซานน์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เพราะพื้นที่ของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวา ทำให้เชื่อมต่อกับอาณาจักรโรมันเมืองอื่นๆได้สะดวก ในอดีตเขตชุมชนตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้วยชัยภูมิของเมืองดี จึงเป็นที่หมายปองของมหาอำนาจ ชาวบ้านจึงย้ายไปตั้งชุมชนบนเนินเขาเหนือทะเลสาบ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ เขตเมืองเก่า (เนินเขาเหนือทะเลสาบ) และเขตริมทะเลสาบ โลซานน์เป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคกลาง ภายในตัวเมืองเชื่อมต่อถึงกันด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ คดเคี้ยวสูงต่ำไปตามเนินเขาที่ตั้งของเมือง ซึ่งได้รับการดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี ดูสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์ขลังของความรุ่งเรืองในยุคโบราณ คนไทยรู้จักเมืองโลซานในฐานะที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาและทรงเจริญพระชนณ์ ณ เมืองนี้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทั้งนี้เมืองโลซานน์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย แต่เราแนศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนสาธารณะเดอน็องตู (Le Denantou ) ในเขตเทศบาลเมืองโลซานน์ เป็นศาลาทรงจัตุรมุขสร้างด้วยไม้สักและไม้เนื้อแข็ง มีหน้าจั่วสี่ด้าน ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร น้ำหนักเฉพาะตัวศาลาอยู่ที่ประมาณ 27 ตัน ก่อสร้างด้วยไม้ตะเคียนและไม้สักตามลักษณะการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ ประดับตกแต่งด้วยเครื่องลำยองคือ ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 กระทรวงต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดยมีพลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น สถาปนิกหลวง ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมและอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ นายก่อเกียรติ ทองผุด เป็นนายช่างศิลปกรรม นายเศกสรรค์ ปัญญารัมย์ เป็นนายช่างเขียนแบบ นายสุทิน เจริญสวัสดิ์ เป็นวิศวกรโยธา แล้วเสร็จเมื่อกลางปี พ.ศ.2550 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จไปประกอบพิธีเปิดศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติหลังนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีแก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศะนำ สวนเดอน็องตู เพราะที่สวนแห่งนี้มีศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบเจนีวาปัจจุบันที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีหลากหลายสาขาให้เลือกเรียน ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1537 ในฐานะโรงเรียนเทววิทยา และเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1890 ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยโลซานน์ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ของไทยอย่างมาก สมเด็จพระพี่นางฯ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ โดยสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาด้านเคมี รัชกาลที่ 8 ทรงศึกษาด้านนิติศาสตร์ และรัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อรัชกาลที่ 9 ได้ทรงครองราชย์ ก็ได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้ปรับปรุงเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแล้วต่อมาในปี 1980 มหาวิทยาลัยย้ายไปตั้งชานเมืองของโลชานน์

    FUNNY TRIP HOLIDAY
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่ : NOVOTEL HOTEL / MOVENPICK HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ห้า 5 : โลซานน์ – เจนีวา – ชีสกรูแยร์ – กรุงเบิร์น(เมืองหลวง) – ชมเมืองเก่า – บ่อหมี
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะเดินทางสู่ “เมืองเจนีวา” (63 กม.)พันธรัฐที่เล็กที่สุดของสวิสฯ ตั้งอยู่บริเวณตอนปลายแหลมของ ทะเลสาบเจนีวาทะเลสาบที่มีรูปคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ยามข้างแรม นำคณะชมเมืองเจนีวา เมืองที่ว่ากันว่าเป็นพันธรัฐสวิสที่แทบจะไม่มีอะไรเป็นสวิสเลยเนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ใช้ภาษาฝรั่งเศส และตัวเมืองรายล้อมด้วยสวนสาธารณะที่สวยงาม และองค์การนานาชาติต่างๆ อาทิเช่น ตึกสหประชาชาติ,สภาแรงงานโลก, องค์การกาชาดสากล ชมทะเลสาบเจนีวา และ น้ำพุจรวดเจทโด (Jet d’eau) ที่สามารถส่งน้ำขึ้นท้องฟ้าได้สูงถึง 140 เมตร และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเจนีวา ถ่ายรูปกับ “นาฬิกาดอกไม้” และชื่นชมไม้ดอกไม้ประดับหลากสีสันภายในสวนอังกฤษริมทะเลสาบเจนีวา บ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีต่อเจนีวา

    • นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกรูแยร์(Gruyere) หมู่บ้านน่ารักมีปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมือง

    • นำท่านเข้าสู่โรงงานของฟาร์มผลิตชีส ชีสกรูแยร์ เป็นชีสสวิสฯ กลิ่นหอม เนื้อแข็งมีสีเหลืองมีต้นกำเนิดในบริเวณ Fribourg, Vaud, Neuchâtel, Jura และ Berne แต่หมู่บ้านกรูแยร์นี้ผลิตออกมามีรสชาติดีที่สุดจึงได้รับการตั้งชื่อตามเมืองกรูแยร์

    • นำท่านชมขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษารวมถึงการแปรรูปลิตภัณฑ์ ให้ท่านเลือกซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก(นิยมใช้ทำฟองดูชีส)
    เจนีวา (อังกฤษ: Geneva) หรือออกเสียงในภาษาท้องถิ่นว่า เฌอแนฟว์ (ฝรั่งเศส: Genève...

    เจนีวา (อังกฤษ: Geneva) หรือออกเสียงในภาษาท้องถิ่นว่า เฌอแนฟว์ (ฝรั่งเศส: Genève) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (รองจากซือริช) ถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภาครอม็องดีอันเป็นภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักในสวิตเซอร์แลนด์ นครเจนีวาตั้งอยู่บริเวณต้นแม่น้ำโรนซึ่งไหลออกจากทะเลสาบเจนีวา เจนีวามีสถานะเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐแห่งรัฐเจนีวา เจนีวาถือเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของโลก โดยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน, ศูนย์กลางทางการทูต เจนีวาถือเป็นเมืองที่มีองค์กรระหว่างประเทศตั้งอยู่มากที่สุดในโลก[3] ในบรรดาองค์กรเหล่านี้อาทิ หน่วยงานของสหประชาชาติและกาชาดสากล เป็นต้น ในปี 2017 เจนีวาได้รับการจัดอันดับโดย Global Financial Centres Index ให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินอันดับ 15 ของโลก และเป็นที่ 5 ของทวีปยุโรป รองจากลอนดอน, ซือริช, แฟรงเฟิร์ต และลักเซมเบิร์ก[4] และยังได้รับการจัดอันดับโดย Mercer's Quality of Living index ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกในปีเดียวกัน

    FUNNY TRIP HOLIDAY
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพื้นเมืองในฟาร์มชีสกรูแยร์

    • นำคณะเดินทางสู่ “กรุงเบิร์น”(157 กม.) นครหลวงอันเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสวยงามเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุรักษ์ และประกาศให้เป็น “มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้” (Unesco) ชม “เบเร็นกราเบ็นหรือบ่อหมี” สัญลักษณ์ของเมือง เนื่องจากหมีเป็นสัตว์ประจำเมือง

    • นำท่านเดินเข้าสู่ย่าน“มาร์คกาสเซ” ย่านเมืองเก่าซึ่งปัจจุบัน เต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านบูทีคเป็นเขตที่ปลอดมลพิษ ไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว และเป็นเมืองเดียวในสวิสที่ทางเดินช้อปปิ้งมีหลังคาคลุมแถมบางร้านยังอยู่ชั้นใต้ดินอีกด้วย

    • นำชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆ ของเมืองนี้เข้าสู่ “ถนนครัมกาสเซ” เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชม “นาฬิกาไซ้ท์ กล็อคเค่น” อายุกว่า 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆ ชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ชมมหาวิหารเซนต์วินเซนต์รัทฮาวน์ และกรุงเบิร์นยังเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น แค่ได้ยินชื่อขึ้นมาเราก็จะจินตนาการไปถึงเมืองเล็กที่ราย...

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น แค่ได้ยินชื่อขึ้นมาเราก็จะจินตนาการไปถึงเมืองเล็กที่รายล้อมด้วยหุบเขา พาดผ่านด้วยภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา อาคารทรงเก่าแก่ และส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือเมือง Zurich (ซูริค) ด้วย ที่จริงแล้วเมืองหลวงของที่นี่คือกรุง Bern (เบิร์น) เมืองโบราณยุคกลางที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่เมื่อ 800 ปีที่แล้ว เล่าถึงเรื่องชื่อเมือง “Bern” กันก่อน คำนี้มาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่า “หมี” นั่นเอง สาเหตุที่ตั้งชื่อนี้ก็เพราะเป็นไปตามปณิธานของอดีตเจ้าผู้ครองเมือง ว่าสัตว์ชนิดแรกที่ล่าได้จะนำมาตั้งเป็นชื่อเมือง ซึ่งก็คงถึงคราวเคราะห์ของเจ้าหมีจริงๆ เลยได้กลายมาเป็นชื่อเมืองในที่สุด ด้วยความที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ เมืองจึงต้องมีความเจริญ และขยายออกเรื่อยๆ ต้องชื่นชมทางการสวิสจริงๆ ที่ทำการอนุรักษ์ในส่วนของเมืองเก่า รักษาผังเมืองเดิมไว้ อนุญาตให้ดัดแปลงตัวอาคารได้แค่ภายในเท่านั้น ภายนอกห้ามเปลี่ยนแปลง เราจึงมีโอกาสได้เห็นสภาพบ้านเมืองแบบยุคกลางที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรกดโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การ UNESCO ในปี 1983 ก่อนจะเข้าไปชมย่านเมืองเก่าสุดแสนโรแมนติก เราได้มีโอกาสแวะที่สวนกุหลาบซึ่งเป็นสวนสาธารณะ และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นกรุง Bern ได้แบบเต็มๆ ตา ภาพของเมืองเก่าที่ตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีนั้นทำให้เราเพลินตาจนเกือบลืมหายใจเลยล่ะค่ะ

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร/ นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    • พักที่: HOLIDAY INN WESTSIDE HOTEL / ALLEGRO HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่หก 6 : เบิร์น – นั่งรถไฟพิชิตยอดเขาจุงเฟรา – ถ้ำน้ำแข็ง – ลานหิมะ เลาเทอร์บรุนเน่น – น้ำตกชเ...
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่ “หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน” ชมวิว น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) ที่ไหลลงมาจากหน้าผาเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้

    • จากนั้นนั่ง รถไฟฟันเฟือง สู่ “ยอดเขาจุงเฟรา” ที่ได้ชื่อว่า “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป เปลี่ยนขบวนรถไฟ (Cog Wheel) ณ “สถานีไคลน์ไชเด็ค” ขึ้นสู่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนถึง “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe ชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร เก็บภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ สนุกสนานบนลานหิมะอย่างเต็มอิ่ม ท่านสามารถส่งโปรการ์ดถึงคนพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกจากยอดเขาแห่งนี้
    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอ...

    เลาเทอร์บรุนเนิน (เยอรมัน: Lauterbrunnen) เป็นหมู่บ้านในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ลึกเข้ามาจากเมืองอินเทอร์ลาเคินราว 12 กิโลเมตรและตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนินเป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแถบเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศท...

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกในปี 2015 ซึ่งเราก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะประเทศแห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงามมากมาย แค่ได้ตื่นมาเจอกับบรรยากาศแบบนี้ก็ฟินแล้ว หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) โดยมีสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) ตั้งอยู่ด้านบน วันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาไปท่องเที่ยวเส้นทางนี้กันค่ะ ซึ่งต้องขอบอกว่าความสวยงามของที่นี่จะทำให้หัวใจของเราหยุดเต้นได้ชั่วขณะเลยทีเดียว ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 การที่จะขึ้นไปทำความรู้จักกับจุงเฟราได้นั้น มีวิธีเดียวคือการนั่งรถไฟขึ้นไป โดยมี 2 เส้นทางให้เลือก คือ Lauterbrunnen และ Grindelwald ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะวิ่งผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า ค่อย ๆ ไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ที่ความสูง 3,454 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป เมื่อถึงสถานีปลายทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายนี้ ที่จัดแสดงในอุโมงค์ยาว พร้อมทั้งมีถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่มีรูปปั้นแกะสลัก และอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย จุดที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดก็คือบริเวณจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถออกไปสัมผัสกับหิมะสีขาวโพลนบนพื้นที่ภูเขาที่สูงมาก ๆ พร้อมกับชมทัศนียภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่มาก ๆ อีกแห่งหนึ่งในยุโรป และต้องขึ้นไปที่หอคอย Sphinx ซึ่งมีความสูงถึง 3,571 เมตร บนคอหอยจะสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา มองเห็นยอดเขาอื่น ๆ เรียงรายสลับซับซ้อน ยอดเขาแต่ละแห่งต่างปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นรถไฟจากเส้นทางหนึ่ง แล้วลงอีกเส้นทางหนึ่งก็ได้ เพื่อที่จะได้เห็นวิวสองข้างทางของทั้ง 2 เส้นทาง ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก หากใครพักที่เมืองอินเทอร์ลาเคน ก็สามารถเที่ยวยอดเขาจุงเฟราได้ใน 1 วัน ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนก็ขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาจุงเฟราได้ เพราะที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูกาลที่นี่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ใครอยากเห็นดอกไม้สีสันสดใส พร้อมภูเขาสีเขียวก็มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ถ้าใครอยากเห็นหิมะแบบจัดเต็มก็ตะลุยไปเลยในช่วงหน้าหนาว สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟยอดเขาจุงเฟราและตั๋วรถไฟได้ที่ jungfrau

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทางลงเขาด้วยรถไฟ ฟันเฟืองสู่สถานีไอเกอร์ (Eiger)

    • นำท่านโดยสารกระเช้าชมวิวเทือกเขาแอล์ป (THE V-CABLEWAY) ลงสู่สถานีกริลเดลวาล์วกรุนด์

    • จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองลูเซิร์น” Luzern เมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง “ชวาเน่นท์พลัทซ์” ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ช็อคโกแล็ต ของที่ละลึกต่างๆ และที่ท่านไม่ควรพลาดคือ นาฬิกายี่ห้อต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของสวิสเซอร์แลนด์
    เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตา...

    เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตาลี และสโลวีเนียทางด้านตะวันออก ไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี และฝรั่งเศสทางด้านตะวันตก เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาอายุน้อย เกิดขึ้นเมื่อแผ่นทวีปแอฟริกามุดใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย (อนุทวีปสเปนและอิตาลีชนกับแผ่นดินใหญ่) ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์คือ มงบล็อง ที่ความสูง 4,807 เมตร บริเวณชายแดนฝรั่งเศสกับอิตาลี[1] ซึ่งถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป

    Rattanaphon Pattha
    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลู...

    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลูเซิร์นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความที่ลูเซิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศ ทำให้ลูเซิร์นกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ, การคมนาคม, ทางวัฒนธรรม ของภาคกลาง ภาษาทางการที่ใช้ในลูเซิร์นคือภาษาเยอรมัน (ภาษาพูด สวิสเยอรมัน ท้องถิ่น) ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกติดกับทะเลสาบลูเซิร์น มีแม่น้ำร็อยส์ไหลออกมาจากทะเลสาบผ่านกลางเมือง จากเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์, เขาพีลาทุส และเขารีกี ลูเซิร์นมีภูมิอากาศเย็นตลอดทั้งปี จุดหมายตาที่สำคัญในเมืองคือคาเพ็ลล์บรึคเคอ สนามบินที่อยู่ใกล้ลูเซิร์นที่สุดคือท่าอากาศยานซือริช ซึ่งมีรถไฟโดยตรงมาสู่ลูเซิร์นทุกชั่วโมงโดยใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชนอลามันน์เชื้อสายเยอรมันก็มีอิทธิพลเหนือดินแดนที่เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน จนกระทั่งราวปี 750 ก็มีการจัดตั้งสังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ (St. Leodegar) นิกายโรมันคาทอลิกขึ้น ต่อมาในศตวรรษที่ 9 สังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ได้ตกอยู่ในการปกครองของอารามมูร์บัค (Murbach Abbey) ในแคว้นอาลซัส ในช่วงเวลานี้เอง พื้นที่แถบนี้ได้ถูกเรียกว่า ลูกิอาริอา(ละติน: Luciaria) ต่อมาในปี 1178 สังฆมณฑลแห่งนี้ได้เป็นอิสระจากอารามมูร์บัค และได้สถาปนาสังฆมณฑลเป็นเมืองลูเซิร์นในปีเดียวกัน เมืองลูเซิร์นกลายเป็นทางผ่านที่สำคัญบนเส้นทางการค้าที่กำลังเฟื่องฟูในภูมิภาคก็อทฮาร์ท (Gotthard)

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ เมนูพิเศษ ! อาหารพื้นเมืองชาวสวิส "ฟองดู" (Fondue) ทั้งสามชนิด ชีส, เนื้อสัตว์, ช๊อคโกแล๊ต สัมผัสวัฒนธรรมแบบสวิตเซอร์แลนด์ ฟองดูชีส ปรุงโดยการนำเอาชีส มาตั้งไฟและหลอมละลายรวมกับไวน์ขาว

    • พักที่: MONOPOLE HOTEL / ASTORIA HOTEL/ RADISSON BLU หรือระดับใกล้เคียง ***กรณีที่ห้องพักในลูเซิร์นเต็ม หรือติดงานเทรดแฟร์ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดพักที่เมืองเวกกิส หรือเมืองใกล้เคียงแทน***
วันที่เจ็ด 7 : ลูเซิร์น – ชมเมือง – ซุก – ล่องเรือชมทะเลสาบซุก – ซูริค
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะชม “เมืองลูเซิร์น” Luzern เมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุดนำคณะไปถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์สิงโต” อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส

    • นำท่านเดินชมเมืองเก่าเดินข้าม “สะพานไม้คาเปล” ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด ทอดตัวข้าม “ แม่น้ำรุซซ์” (Reuss) ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้เมื่อปี 1993 แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม อิสระตามอัธยาศัยกับการเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองเก่าที่สวยงาม

    • นำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง “ชวาเน่นท์พลัทซ์” ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ช็อคโกแล็ต ของซูวีเนียร์ต่างๆ และที่ท่านไม่ควรพลาดคือ นาฬิกายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงของสวิสเซอร์แลนด์ จากร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ บุคเคอเรอร์, กือเบอลิน, เอ็มบาสซี่ ฯลฯ หรือท่านที่เบื่อการช้อปปิ้ง สามารถเดินชมความงามของเมืองเก่าได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากในเขตเมืองเก่าลูเซิร์นจะมีอาคารเก่าแก่อยู่มากมายที่มีภาพจิตรกรรมอยู่บริเวณกำแพงหน้าบ้าน และมีน้ำพุที่สวยงามอยู่บริเวณจตุรัสของตัวเมือง
    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลู...

    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลูเซิร์นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความที่ลูเซิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศ ทำให้ลูเซิร์นกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ, การคมนาคม, ทางวัฒนธรรม ของภาคกลาง ภาษาทางการที่ใช้ในลูเซิร์นคือภาษาเยอรมัน (ภาษาพูด สวิสเยอรมัน ท้องถิ่น) ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกติดกับทะเลสาบลูเซิร์น มีแม่น้ำร็อยส์ไหลออกมาจากทะเลสาบผ่านกลางเมือง จากเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์, เขาพีลาทุส และเขารีกี ลูเซิร์นมีภูมิอากาศเย็นตลอดทั้งปี จุดหมายตาที่สำคัญในเมืองคือคาเพ็ลล์บรึคเคอ สนามบินที่อยู่ใกล้ลูเซิร์นที่สุดคือท่าอากาศยานซือริช ซึ่งมีรถไฟโดยตรงมาสู่ลูเซิร์นทุกชั่วโมงโดยใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชนอลามันน์เชื้อสายเยอรมันก็มีอิทธิพลเหนือดินแดนที่เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน จนกระทั่งราวปี 750 ก็มีการจัดตั้งสังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ (St. Leodegar) นิกายโรมันคาทอลิกขึ้น ต่อมาในศตวรรษที่ 9 สังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ได้ตกอยู่ในการปกครองของอารามมูร์บัค (Murbach Abbey) ในแคว้นอาลซัส ในช่วงเวลานี้เอง พื้นที่แถบนี้ได้ถูกเรียกว่า ลูกิอาริอา(ละติน: Luciaria) ต่อมาในปี 1178 สังฆมณฑลแห่งนี้ได้เป็นอิสระจากอารามมูร์บัค และได้สถาปนาสังฆมณฑลเป็นเมืองลูเซิร์นในปีเดียวกัน เมืองลูเซิร์นกลายเป็นทางผ่านที่สำคัญบนเส้นทางการค้าที่กำลังเฟื่องฟูในภูมิภาคก็อทฮาร์ท (Gotthard)

    Rattanaphon Pattha
    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์...

    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีอายุกว่า 600 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1365 เมื่อแรกสร้างมีความยาว 270 เมตร แต่เนื่องจากตลิ่งแม้น้ำที่งอกเพิ่มขึ้นตลอดหลายร้อยปี ทำให้ในปัจจุบันตัวสะพานเหลือความยาว 204.7 เมตร สะพานนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และถือเป็นหนึ่งในสะพานแบบโครงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลก ตลอดลำสะพานมีจิตรกรรมจำนวนมากที่วาดขึ้นในศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมกว่า 2 ใน 3 ได้ถูกทำลายจากเหตุเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม ปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นอีกด้วย

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

    • นำท่านชม “เมืองซุก” (31 กม.) เมืองหลวงและแคว้นในเวลาเดียวกัน เป็นแคว้นที่ร่ำรวยมาก เนื่องจากบริษัทข้ามชาติมาเปิดออฟฟิซ ในแคว้นนี้มากที่สุด ทำให้อัตราการเก็บภาษีของแคว้นนี้ต่ำที่สุดในประเทศสวิส(อัตราการครอบครองรถหรูมากที่สุด ในสวิส)

    • นำท่าน “ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบซุก” ชมทัศนียภาพอยู่ท่ามกลางหุบเขา ตลอด 2 ฝั่ง ที่สวยงามน่ารัก ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติค

    • จากนั้นนำท่านเดินชมโบสถ์กลางเมือง และตึกเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี นำท่านเดิยนชมบริเวณริมทะเลสาบที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นได้ลงทุนทำจุดชมชีวิตสัตว์น้ำใต้ทะเลสาบ ท่านจะเห็นพันธุ์ปลาชนิดต่างๆในทะเลสาบแห่งนี้ อิสระทุกท่านในถนนคนเดินที่มีร้านค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกรวมทั้งนาฬิกาสวิสฯ ราคาพิเศษกว่าแคว้นอื่นๆ
    ทะเลสาบซุก ( เยอรมัน : Zugersee ) เป็นทะเลสาบในเซ็นทรัลวิตเซอร์แลนด์ตั้งอยู่ระหว...

    ทะเลสาบซุก ( เยอรมัน : Zugersee ) เป็นทะเลสาบในเซ็นทรัลวิตเซอร์แลนด์ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบลูเซิร์นและทะเลสาบซูริคซึ่งทอดยาวเป็นระยะทาง 14 กม. ระหว่างArthและอ่าวCham - Zug Lorzeเป็นแม่น้ำหลักป้อนน้ำเปล่าลงไปในทะเลสาบที่ปลายสุดทางตอนเหนือของมัน แต่ 1 กิโลเมตร (0.6 ไมล์) ทางทิศตะวันตกประเด็นเพิ่มเติมจากทะเลสาบที่จะไล่ตามหลักสูตรที่มีต่อReussเนื่องจากการให้อาหารที่ไม่ดี การปกป้องสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากทะเลสาบจะเสียหายในระยะยาว หากมีมลพิษเป็นแม่น้ำสายที่สองของริเกีย, ให้อาหารเพียงเล็กน้อยในทะเลสาบทางตอนใต้สุด. ส่วนสำคัญของสัตว์ในส่วนลึกของทะเลสาบได้สูญหายไปแล้ว ทะเลสาบส่วนใหญ่อยู่ภายในเขตแดนของรัฐซุกโดยมีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร (3.9 ตารางไมล์) ทางตอนใต้สุดในตำบลชวีซขณะที่รัฐลูเซิร์นอ้างสิทธิ์ไปทางเหนือประมาณ 2 กม. 2 (0.77 ตารางไมล์) ของImmenseeไปทางปลายสุดทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบริลงมาค่อนข้างสูงลิ่วที่ขอบของน้ำในขณะที่ส่วนหนึ่งของฝั่งตะวันออกในรูปแบบวงดนตรีระดับแคบ ๆ ที่เท้าของ 1,583 เมตร (5,194 ฟุต) RossbergและZugerbergจุดสุดยอดของแอ่งระบายน้ำของทะเลสาบคือยอดริกิที่ความสูง 1,798 ม. ที่ปลายด้านเหนือ ชายฝั่งเกือบจะราบเรียบ ในขณะที่บนชายฝั่งตะวันตก แหลมที่เป็นป่าของ Buonas (ซึ่งมีปราสาททั้งเก่าและใหม่) ยื่นลงไปในน้ำอย่างงดงาม สถานที่หลักในทะเลสาบเป็นเมืองของซุกรถไฟสามสายวิ่งตามชายฝั่งของทะเลสาบ ขบวนหนึ่งจากซูริกผ่านซุกและอาร์ธ-โกลเดาไปยังเซนต์ก็อทธาร์ด ขบวนหนึ่งจากลูเซิร์นผ่านอาร์ธ-โกลเดาไปยังเซนต์เก็ทธาร์ด และขบวนที่สามจากซูริกผ่านซุกไปยังลูเซิร์น

    Rattanaphon Pattha
  • ค่ำ
    • บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำคณะออออกเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองซูริค

    • พักที่: DORINT HOTEL / HOLIDAY INN ZURICH HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่แปด 8 : ซูริค – ชมเมือง – น้ำตกไรน์ – สนามบิน
  • เช้า
    • บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำคณะชม“เมืองซูริค” Zurich ศูนย์กลางการเงิน,เศรษฐกิจและ การธนาคารของยุโรปซึ่งมอบชีวิตชีวาให้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง “แม่น้ำลิมแม็ท” และทะเลสาบซูริค ตัวเมืองอุดมไปด้วยมีป่าไม้เขียวชอุ่ม แซมด้วยสถาปัตยกรรม อาคาร โรงแรม ร้านค้า บ้านพักตากอากาศกระจายตามบริเวณริมฝั่งทะเลสาบซูริค...นำคณะชมความสวยงามของโบสถ์ "โบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์" โบสถ์แห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่นาฬิกาซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกว่าโบสถ์อื่นๆในยุโรป จากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศเรียบแม่น้ำลิมแม็ท บริเวณถนน “ลิมแม็ทคีย์” มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆ เมือง พร้อมช้อปปิ้งของที่ระลึกพื้นเมืองของสวิสเซอร์แลนด์

    • จากนั้น นำคณะออกเดินทางเข้าสู่“เมืองซาฟเฮาส์เซ่น” Schaffhausen (51 กม.) เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ ชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสแตนท์ที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี ส่วนที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบคอนสแตนท์ก่อกำเนิดแม่น้ำไรน์สายใหญ่ ไหลผ่านหน้าผาสูงชันที่เมืองซาฟเฮาส์เซ่นเกิดเป็น “น้ำตกไรน์ที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลาง”

    • ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค(34 กม.) นำคณะเช็คอิน และทำ TAX REFUNED
    ซือริช (เยอรมัน: Zürich) หรือ ซูริก(อังกฤษ: Zurich) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด...

    ซือริช (เยอรมัน: Zürich) หรือ ซูริก(อังกฤษ: Zurich) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเป็นเมืองหลวงของรัฐซือริช ตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนเหนือของประเทศบริเวณจุดเหนือสุดของทะเลสาบซือริช (Lake Zurich) มีประชากรในเขตตัวเมืองทั้งหมด 400,028 คน และประชากรบริเวณรอบตัวเมืองรวมทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน ซือริชเป็นศูนย์กลางของระบบการขนส่งมวลชนของประเทศ อาทิ ระบบขนส่งรถไฟ เส้นทางการคมนาคม การจราจรทางอากาศ โดยเป็นที่ตั้งของสนามบินและสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดและการจราจรหนาแน่นที่สุดในประเทศ ซือริชได้ถูกก่อตั้งมานานกว่า 2,000 ปี โดยชาวโรมันช่วง 150 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งขณะนั้นซือริชมีชื่อเรียกว่า Turicum อย่างไรก็ตามร่องรอยการเข้าอยู่อาศัยในซือริชได้ถูกค้นพบว่ายาวนานถึง 6,400 ปีแล้ว ในช่วงยุคกลาง ซือริชได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1519 และเป็นศูนย์กลางการปฏิวัติศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในยุโรปภายใต้การนำของฮุลดริช ซวิงลี ซือริชใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาราชการ แต่อย่างไรก็ตามภาษาที่นิยมพูดกันเป็นหลักคือเยอรมันแบบภาษาถิ่นสวิส (Alemannic Swiss German dialect) ซือริชเป็นเมืองชั้นนำของโลกและเป็นหนึ่งในเมืองที่มีศูนย์กลางทางการเงินขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับจำนวนประชากรที่ค่อนข้างน้อยของประเทศ เป็นที่ตั้งของสถาบันทางการเงินและการธนาคารยักษ์ใหญ่มากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของศูนย์วิจัยและศูนย์พัฒนาของประเทศ เนื่องจากมีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ ซือริชจึงดึงดูดให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาตั้งบริษัทของตนเป็นจำนวนมาก ในปี 2012 จากผลการสำรวจของ Monocle's 2012 "Quality of Life Survey" ได้จัดอันดับให้ซือริชเป็นหนึ่งใน 25 เมืองที่น่าอยู่อาศัยมากที่สุด และจากหลายผลการสำรวจตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2008 ยังได้จัดอันดับให้ซือริชเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตประชากรดีที่สุดของโลกและเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในสหภาพยุโรป ในเมืองซือริชยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์

    Rattanaphon Pattha
  • 16:00
    • เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์...โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR096
  • 22:50
    • ถึงสนามบินกรุงโดฮา แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่เก้า 9 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • 02:10
    • เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์...โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR834
  • 12:40
    • เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 50,000 THB

    บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 10 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน และหรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 20 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ ถ้าท่านต้องการ

     บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเหนือความ รับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการเช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ

    เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้า และออกประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี

     เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  •  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน – คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด หรือเงินค่ามัดจำที่ต้อง การันตีที่นั่งกับสายการบิน หรือ กรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศ หรือ ต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ (ค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง)

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 16 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 % แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 1 ถึง 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • หนังสือเดินทาง (ตัวจริง) ที่เหลืออายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีหน้าหนังสือเดินทางว่างอย่างน้อย 3 หน้า

     รูปถ่ายสี ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป (ต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) หน้าตรง ไม่สวมแว่นตา ไม่ยิ้มเห็นฟัน ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะเดินทาง (สถานทูตไม่รับรูปที่ปริ๊นจากคอมพิวเตอร์)

     สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

    หลักฐานแสดงสถานะการทำงาน 1 ชุด

     กรณีเจ้าของกิจการ/ค้าขาย : หลักฐานทางการค้า เช่น สำเนาใบรับรองจากกระทรวงพาณิชย์หรือใบทะเบียนการค้าที่มีชื่อผู้เดินทาง หรือ สำเนาใบเสียภาษี (ภพ.20) อายุย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง)

      กรณีข้าราชการ/พนักงาน/ผู้ถือหุ้น : หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานเป็นภาษาอังกฤษ(ตัวจริง) ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และวันเริ่มงาน อายุย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง) พร้อมสลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน

     กรณีนักเรียนและนักศึกษา : หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ(ตัวจริง) จากสถาบันที่ศึกษาอยู่ อายุย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือน (นับจากเดือนที่จะเดินทาง)

    หนังสือแสดงการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement) (ตัวจริง)ของบัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน โดยต้องมีเลขที่บัญชีระบุอยู่ทุกหน้า แต่ในกรณีที่ยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ไม่ถึง 6 หลัก สามารถแนบ Statements หรือสำเนาสมุดบัญชีฝากประจำเพิ่มเติมในการยื่นได้)

    หนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Guarantee) (ตัวจริง) ในการออกจดหมายรับรองกรุณาระบุคำว่า TO WHOM IT MAY CONCERN แทนการใช้ชื่อแต่ละสถานทูต (เนื่องจากประเทศในยุโรปเข้าร่วมกลุ่มยูโรโซน) และกรุณาสะกดชื่อให้ตรงกับหน้าพาสปอร์ต และหมายเลขบัญชีเล่มเดียวกับ Statement ที่ท่านจะใช้ยื่นวีซ่า (ใช้เวลาดำเนินการขอประมาณ 3-5 วันทำการ) โดยต้องทำแยกกัน ระบุตามชื่อผู้เดินทาง 1 ท่าน / 1 ฉบับ

    กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ / หากเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดา/มารดาคนใดคนหนึ่ง หรือบิดามารดาไม่ได้เดินทางทั้งสองคน ต้องมีจดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่าง ประเทศจากบิดา และ มารดา ซึ่งจดหมายต้องออกโดยที่ว่าการอำเภอ

    สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) 1 ชุด

    การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่าสถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง

    หากสถานทูตมีการเรียกสัมภาษณ์ ทางบริษัทฯขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน

    กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

    ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 30 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก

    สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาสูติบัตร 1 ชุด

     สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาทะเบียนหย่า 1 ชุด (ถ้ามี)

     สำเนาใบมรณะบัตร 1 ชุด (กรณีเป็นหม้าย)

     ในกรณีเป็น บิดา/มารดา/บุตร, สามี/ภรรยา และญาติ (สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้กันได้) โดยใช้เอกสารเพิ่มเติม

อัตราค่าบริการนี้รวม
  •  โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน ราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลหรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก

     ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ

    ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน

    ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 5,000,000 บาท (ชึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์) ในกรณีท่านอายุเกิน 75 ปี ท่านต้องซื้อประกันเพิ่ม

    ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน

    ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม

    ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ – ซูริค – กรุงเทพฯ (หรือสลับประเทศลงก่อน-หลัง)

     ค่าทิปพนักงานขับรถ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  •  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ

     ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

    ค่าพนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก (ทางบริษัทฯไม่ได้จัดให้แก่ท่านเนื่องจากป้องกันการสูญหายจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในโรงแรมที่พัก และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าห้องพักสำหรับทุกท่าน)

    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ วันละ 100 บาท / ท่าน (9 วัน)

หมายเหตุ
  •  หากในช่วงที่ท่านเดินทางคิววีซ่ากรุ๊ปในการยื่นวีซ่าเต็ม ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ซึ่งทางท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยดูแล และอำนวยความสะดวก

     เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน

     ทางบริษัทจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 15 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจากทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทจะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครี่องบิน, ห้องพักที่คอนเฟิร์ม มาจากทางยุโรป, ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 15 ท่าน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง

     กรณีวีซ่าที่ท่านยื่นไม่ผ่านการพิจารณา และคณะสามารถออกเดินทางได้ ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

    - ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าดำเนินการ ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา

    - ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือตั๋วเครื่องบินที่ออกมาจริง ณ วันยื่นวีซ่า ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่นวีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ตั๋วเครื่องบินถ้าออกตั๋วมาแล้วจะต้องทำการ REFUND โดยจะมีค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องถูกหักบางส่วน และส่วนที่เหลือจะคืนให้ท่านภายใน 45-60 วัน (ตามกฎของแต่ละสายการบิน) ถ้ายังไม่ออกตั๋วท่านจะเสียแต่ค่ามัดจำตั๋วตามจริงเท่านั้น

    - ค่าห้องพักในทวีปยุโรป ถ้าคณะออกเดินทางได้ และท่านไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่า ตามกฎท่านจะต้องโดนค่ามัดจำห้องใน 2 คืนแรกของการเดินทางหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะต้องยึดค่าห้อง 100% ในทันที ทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ และมีเอกสารชี้แจงให้ท่านเข้าใจ

     หากท่านผ่านการพิจารณาวีซ่า แล้วยกเลิกการเดินทางทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยึดค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100%

     ทางบริษัทเริ่มต้น และจบ การบริการ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรณีท่านเดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และจะสำรองตั๋วเครื่องบิน หรือพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ใช้ในการเดินทางมาสนามบิน ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากโปรแกรมการเดินทางของบริษัท ฉะนั้นท่านควรจะให้กรุ๊ป FINAL 100% ก่อนที่จะสำรองยานพาหนะ

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿118,692
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿118,692
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿118,692
0 บทวิจารณ์