อุดรฯ-หนองคาย บูชา 3 พระธาตุ เสริมวาสนา บารมี 3วัน 2คืน

อุดรธานี , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

วัดภูตะเภาทอง l วัดป่าสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่) l วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร บ้านคุณสุข คลินิกแพทย์แผนไทย l อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่ l วัดถ้ำผาแด่น สกลนคร l คำชะโนด l ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

04-06 ธันวาคม 2021
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿13,549
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿2,000

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)-อุดรธานี-วัดป่าภูก้อน-วัดผาตากเสื้อ SKY WALK (สกายวอล์ค)-วัดหิน...
  • 04:00
    • เช็คอิน สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกเคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย (FD)
  • 06:40
    • ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง สู่ จังหวัดอุดรธานี ด้วยเที่ยวบิน FD3362 (DMK-UTH 06.40-07.50) **ไม่มีน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง และไม่มีอาหารบนเครื่อง**
  • 07:50
    • เดินทางถึง สนามบินอุดรธานี

    • นำคณะเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี
  • 10:30
    • คณะเดินทางถึง วัดป่าภูก้อน (เปลี่ยนนั่งรถสองแถว) เพื่อขึ้นเขา สักการบูชา พระพุทธไสยาสน์ โลกนาถศาสดามหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานทำด้วยหินอ่อนสีขาวจาก ประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร ยิ่งใหญ่สวยงามอลังการดุจดั่งอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน...

    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร มี ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม การเดินทางไปวัดป่าภูก้อน อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 124 กิโลเมตร จากจังหวัดอุดรธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) ไปยังบ้านนาคำใหญ่ อำเภอนายูง

    Rattanaphon Pattha
  • 11:30
    • นำคณะเดินทางสู่ อ.สังคม จ.หนองคาย
  • 12:00
    • รับประทานอาหารกลางวัน ที่ ร้านอาหารบ้านไม้ริมโขง (มื้อที่1) พร้อมชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำโขง
  • 13:30
    • คณะเดินทางถึง วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่บนเขาในเขตอำเภอสังคมจังหวัดหนองคาย เดิมชื่อ วัดถ้ำพระ หลวงปู่เพชร ปะทีโป ท่านได้เดินทางมาปฏิบัติธรรม บริเวณถ้ำพระและได้ก่อตั้งวัดผาตากเสื้อขึ้น และเป็นจุดชมวิวที่ SKY WALK (สกายวอล์ค) ซึ่งภายในวัดมีธรรมชาติที่ร่มรื่น และเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.หนองคาย
    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของ...

    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะ ตามหน้าผาเพื่อชม ธรรมชาติและ ทิวทัศน์ที่สวยงามได้ ในอำเภอสังคมนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าที่อื่น ๆ ในจังหวัดหนองคาย และที่วัดแห่งหนึ่งมีชื่อว่า "วัดผาตากเสื้อ" เป็นวัดแห่งหนึ่งที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังเป็นที่จุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย เนื่องจากเป็นตั้งอยู่ที่สูงบนยอดเขา หากขึ้นไปบนผาจะเห็นว่ามีวิวที่สวยงามสามารถที่จะมองเห็นด้านล่างทั้งฝั่งไทย ซึ่งเป็นอำเภอสังคมและทางฝั่งลาวที่มีแม่น้ำโขงกั้นอยู่ หากไปช่วงหน้าหนาวที่ผาแห่งนี้เป็นอีกจุดหนึ่งมีทะเลหมอกด้วย วิวจะพบกับเขาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำโขง ข้างบนจะเป็นวัดเหมาะสำหรับปฏิบัติธรรมด้วย เพราะว่าเป็นวันที่ร่มรื่นและมีความเงียบสงบ สำหรับประวัติความเป็นมานั้น เนื่องจากมีพระรูปหนึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหรียญซึ่งท่านได้ห้ามไว้ชื่อ "พระอาจารย์ สมเดช" แต่ด้วยความตั้งใจท่านได้ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรที่นั้นจนได้ ท่าใช้บริเวณบนยอดภูเป็นหลักในการเข้าสู่ถาวะสงบทางใจ เวลาท่านขึ้นไปยอดภูจึงต้องได้ปีนจากด้านล่างทั้งหินและใช้เถาวัลย์ในการช่วย หลายครั้งตอนเช้าทางบิณฑบาตแล้วตกลงมาทำให้ข้าวในบาตรตกออกไป บางครั้งมีอาการปวดบ่อยครั้ง แต่ท่านไม่เคยให้โยมช่วยทุกครั้งท่านจะขึ้นไปเอง พอระยะเวลานานเข้าได้มีโยมพยายามอาสาช่วยให้สร้างทางขึ้นแต่กระนั้นทางขึ้นจากหมู่บ้านเป็นผาสูง เลยต้องสร้างจากด้านอื่นแทน และได้ก่อสร้างมาเป็นวัด โดยท่านผู้ว่าจังหวัดในสมัยนั้นให้มีโครงการสร้างทางขึ้นด้วยรถตัดดินและได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สองข้างทางขึ้นจะเป็นโครงการปลุกป่าเฉลิมพระเกียรติด้วย ได้มีการเทลาดยางบางจุดรวมระยะทางจากถนนใหญ่เกือบ 8 กิโลเมตร ข้างในวัดนอกจากจะมีผาที่สูงเพื่อยังมีสิ่งปลูกสร้างของทางวัดที่ร่มรื่นมาก อย่างเช่นศาลาเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้เครื่องปั่นไฟและใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีอุโบสถที่สวยงามและทางบันไดที่สวย ด้านบนสามารถรับชมวิวได้ด้วยนอกจากนั้นได้ข่าวว่ามีการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของอริยสงฆ์ เช่น หลวงปู่มั่นไว้ด้วย

    Rattanaphon Pattha
  • 15:30
    • คณะเดินทางถึง วัดหินหมากเป้ง หินหมากเป้ง เป็นชื่อหินสามก้อนซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ริมฝั่งโขง อันมีรูปลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า พร้อมกราบหุ่นขี้ผึงหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี" เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ชม สกายวอล์ค แห่งที่สองของจังหวัดหนองคาย
    สำหรับสกายวอล์ค “วัดหินหมากเป้ง” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.หนองคาย มีความสูงยกขึ้นเหน...

    สำหรับสกายวอล์ค “วัดหินหมากเป้ง” แลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.หนองคาย มีความสูงยกขึ้นเหนือแม่น้ำโขง มีทางเดินพื้นกระจก มองเห็นแม่น้ำโขงอย่างงดงาม ซึ่งทางวัดได้จัดเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเพื่อความปลอดภัย และเนื่องจากวัดหินหมากเป้ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาที่วัดให้สำรวมกิริยา วาจา อย่างเคร่งครัดเพื่อไม่เป็นการรบกวนทั้งพระและผู้มาปฏิบัติธรรม วัดหินหมากเป้งเป็นวัดที่มีบริเวณพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ สะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ พื้นที่ด้านหลังติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม แต่เดิมเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจากท่านมรณภาพมีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐของท่าน ภายในมีรูปปั้นของหลวงปู่เทสก์ พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย และได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. 2523

    chompoo
  • 16:00
    • นำคณะเดินทางสู่ วัดโพนจิกเวียงงัว อ.เมือง จ.หนองคาย
  • 17:00
    • คณะถึง วัดโพนจิกเวียงงัว ซึ่งเป็น 1ใน 4 แห่ง ตามปรากฏในตำนานอุรังธาตุเสริมอำนาจ ด้วยกราบไหว้ พระธาตุเขี้ยวฝาง (ฟัน)ของพระพุทธเจ้า ร่ำรวยด้วยโภคทรัพย์สมบัติและบริวารสมบัติ ความมั่นคง ความมั่งคั่ง ด้วยสินทรัพย์ศฤงคาร มีตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ เปรียบดั่งการไหว้ “องค์ฮก” ของคนจีน
    พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่เชื่อกันว่าบรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง (พระทันตธาต...

    พระธาตุโพนจิกเวียงงัว เป็นพระธาตุที่เชื่อกันว่าบรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง (พระทันตธาตุ) ประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ตามตำนานอุรังคธาตุ มีลักษณะทางศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงระฆังสูง ก่ออิฐสอด้วยดินและยางไม้ มีฐานประทักษิณเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 17.50 เมตร ยาว 17.50 เมตร ภายในฐานประทักษิณถมดินอัดแน่น และน่าจะมีการฉาบขอบฐานประทักษิณด้วยปูนฉาบเช่นกัน อีกทั้งมุมทั้งสี่ทิศพบซากฐานอิฐรูปทรงสี่เหลี่ยมสันนิษฐานว่าเป็นพระธาตุจำลองประจำมุม 4 องค์ ถัดขึ้นไปคือฐานเขียงล่าง เป็นทรงสี่เหลี่ยมทำแท่นประดิษฐานโดยรอบ เพื่อประดิษฐานพระธาตุจำลอง 30 องค์ ส่วนเรือนธาตุเป็นองค์ระฆังทรงกลมเรียวยาวอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปเป็นชั้นบัวลูกแก้วในผังกลมซ้อนกัน 4 ชิ้น ส่วนยอดเป็นปลีทรงแหลมสูง คาดว่าน่าจะทำขึ้นใหม่ภายหลัง ซากโบราณสถานอิฐ อยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระธาตุโพนจิก เป็นฐานอาคารก่ออิฐ ขนาด 5.30*5.30 เมตร สูง 80 เซนติเมตร ฐานล่างของอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นฐานเขียง 1 ชั้น ภายในถมปรับพื้นด้วยเศษอิฐและดินผสมเม็ดแลงบดอัด นอกจากนี้ยังพบแท่งศิลาแลงทรงกระบอกปักอยู่โดยรอบซากฐานอาคารดังกล่าว จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าฐานอาคารอิฐหลังนี้น่าจะเป็นสิม (โบสถ์) และแท่งศิลาแลงเหล่านี้น่าจะเป็นหลักกำหนดเขตในการทำสังฆกรรม เช่นเดียวกับพัทธสีมา

    Rattanaphon Pattha
  • 17:30
    • นำคณะรับประทานอาหารค่ำ ที่ ร้านอาหารครัวแม่แป๊ด (มื้อที่2)
  • 18:30
    • นำท่านเดินทางเข้าเช็คอินที่ โรงแรมอมันตา หนองคาย หรือ เทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง 2 : ใส่บาตร(ตลาดท่าเสด็จ)-หลวงพ่อพระใส-หลวงพ่อพระใส-หลวงพ่อใหญ่-พญาพิสัยสัตนาคราช-ถ้ำพญานาค-พร...
  • 06:00
    • นำท่านใส่บาตร ณ บริเวณ ตลาดท่าเสด็จ ตามนโยบายท่านผู้ราชการจังหวัดหนองคาย นุ่งผ้าหนองคายใส่บาตรริมโขง พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น ริมแม่น้ำโขง (ชุดใส่บาตรไม่รวมในโปรแกรมทัวร์)
    ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีนและยุ...

    ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีนและยุโรปตะวันออกมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องครัว "ตลาดท่าเสด็จ" "ตลาดท่าเรือ" หรือ"ตลาดอินโดจีน" ไม่ว่าจะชื่อไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเหมือนกันซึ่งที่มาของชื่อตลาดก็ตั้งกันตามลักษณะของตลาดนี่แหละครับ อย่างชื่อแรกที่เรียกกันว่า "ตลาดอินโดจีน" ก็เป็นเพราะ ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็นไทยลาว เวียดนาม จีน ฯลฯ ส่วนที่มาของอีกสองชื่อก็เริ่มมาจาก ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย- ลาวท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนริมแม่น้ำโขงแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นจุดผ่านแดนถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณนี้จึงมีเรือข้ามฟากสัญจรไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำโขงอย่างคึกคักคนท้องถิ่นจึงนิยมเรียกชื่อตลาดแห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า"ตลาดท่าเรือ" ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" พร้อมด้วย "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ" ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดหนองคายและได้เสด็จฯ ขึ้นจากเรือพระที่นั่ง ณ ท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนแห่งนี้ภายหลัง "ตลาดท่าเรือ" จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น "ตลาดท่าเสด็จ" และเรียกติดปากกันมาจนปัจจุบัน ประเภทของสินค้าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดท่าเสด็จนี้ก็หลากหลายไม่แพ้ที่ไหน ๆ เริ่มกันตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ธรรมดา ๆ เครื่องไฟฟ้า ของเด็กเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับผ้าทอมือเครื่องครัว เครื่องกระเบื้อง ของแต่งบ้าน เครื่องมือช่าง ขนมขบเคี้ยว ของแห้ง ผลไม้สดผลไม้แห้งแม้กระทั่งอาหารปรุงสำเร็จก็มีให้เลือกซื้ออีกสารพัด ส่วนของฝากขึ้นชื่อที่เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดซื้อติดมือกลับบ้านไปก็คือ หมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกอีสาน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายร้าน เราสามารถเลือกชิมและต่อรองราคากันได้ ถูกใจร้านไหนก็ซื้อหากันได้เต็มที่ ส่วนพื้นที่ช่วงตอนกลาง ๆ ของตลาดท่าเสด็จ จะมีร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายในพระบรมราชินูปถัมภ์ตั้งอยู่ นอกจากสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่คัดสรรกันมาให้เลือกซื้อหาแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกับป้ายพญานาคสองเศียรไว้เป็นที่ระลึก ถ้าเดินช็อปกันมาเหนื่อย ๆ ก็แวะพักดื่มน้ำ จิบกาแฟกันได้ ทั้งทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่สวยงาม และมุมถ่ายภาพเก๋ ๆ ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำเลบริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ

    Rattanaphon Pattha
  • 07:00
    • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่3)
  • 08:30
    • นำคณะนมัสการ หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ได้อัญเชิญจากเมืองเวียงจันทน์มาประดิษฐานที่วัดหอก่อง ก่อนย้ายมาประดิษฐานวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวของงจังหวัดหนองคาย ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีพิธีแห่หลวงพ่อพระใส ให้ประชาชนชาวจ.หนองคายและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างหวัดได้สรงน้ำขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล
    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พ...

    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ การประดิษฐาน เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น" การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

    chompoo
  • 09:30
    • นำคณะเดินทางสู่ วัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
  • 10:30
    • คณะเดินทางถึง วัดไทย นำท่านกราบ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางนาคปรก 9 เศียร และสักการะ พญาพิสัยสัตนาคราช พญานาค ปางนาคปรก 7 เศียร ณ แลนด์มาร์ค ลานนาคาเบิกฟ้า

    • จากนั้น ชม ถ้ำพญานาค เมืองบาดาลจำลองอันสวยงาม นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ยังเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคอีกแห่งหนึ่งชองชาวหนองคาย
    วัดไทย ตั้งอยู่ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บริเวณริมฝั่งโขงหน้าวัดไทยเป็นจุด...

    วัดไทย ตั้งอยู่ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บริเวณริมฝั่งโขงหน้าวัดไทยเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคที่ได้รับความนิยมที่สุดของจังหวัดหนองคาย นอกจากจะเป็นสถานที่ชมบั้งไฟพญานาคแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ รูปปั้นพญานาคนาคปรก 9 เศียร “นาคชัยยัญ” ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมน้ำโขง ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง รวมทั้งลานนาคารเบิกฟ้า เป็นลานไว้จัดกิจการต่างๆ รูปปั้นพญานาคนาคปรก 9 เศียร “นาคชัยยัญ” ซึ่งใครที่ต้องการถ่ายภาพพญานาคแบบสวยงาม ให้เลี่ยงมาในวันเสาร์นะคะ เพราะวันนี้มี วัดไทยมีถนนคนเดินตั้งแต่เช้ายันค่ำ บริเวณลานจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขายของ จะถ่ายภาพองค์พญานาคแบบเต็มองค์วิวแม่น้ำโขงไม่ได้ บริเวณหน้าวัด มีศาลาซึ่งประดิษฐานพระแก้วมรกต พุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ รวมทั้งหลวงพ่อใหญ่วัดไทย พระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่เหนือศาลา ภายในศาลามีให้ลอดปากพญานาคเพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ติดกับศาล คือ ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ตำนานเล่าขานกันถึงเมืองหลวงของพญานาคแห่งโลกบาดาลใต้แม่น้ำโขง เชื่อกันว่าอยู่ที่ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทย โดยประตูทางเข้าเมืองบาดาลจะเชื่อมเข้าไปในลำตัวของพญานาค ซึ่งจะลอดเข้าทางส่วนท้องของพญานาค และจะมุดออกทางส่วนหางของพญานาค ภายในแบ่งเป็นถ้ำจำลอง 7 ห้อง แต่ละห้องแสดงถึงเรื่องราวของเมืองบาดาล เช่นห้องสมบัติพญานาค จำลองถ้ำใต้บาลที่เป็นที่เก็บสมบัติของพญานาคเอาไว้ ทั้งแก้วแหวนเงินทอง ผนังห้องเป็นสีทอง บริเวณทางเดินประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังที่งดงาม เล่าเรื่องราวถึงตำนานของพญานาคและโลกบาดาล

    Rattanaphon Pattha
  • 12:00
    • รับประทานอาหารกลางวัน ที่ ร้านโขงวิว(มื้อที่4)
  • 13:00
    • นำคณะเดินทางสู่ตัวเมืองจ.หนองคาย
  • 14:00
    • นำคณะสักการบูชา พระธาตุกลางน้ำ (พระธาตุหล้าหนอง) “เสริมบารมี” ด้วยการกราบไหว้ พระบรมธาตุพระบาทเบื้องขวา(เท้า)ของพระพุทธเจ้า จะนำพาสู่การเดินทางเพื่อสร้างบุญ สร้างบารมี มีอายุยืนยาว มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เงินทองไม่รั่วไหล เปรียบดั่ง การไหว้ “องค์ซิ่ว” ของคนจีน
    พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ หรืออีกชื่อ พระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่มีข...

    พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ หรืออีกชื่อ พระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่มีขนาดใหญ่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ เนื่องจากแม่น้ำเชี่ยวกรากจึงกัดเซาะตลิ่งจนพระธาตุพังลงในแม่น้ำ ทำให้ปัจจุบันองค์พระธาตุจมอยู่กลางแม่น้ำโขง องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูนล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำมีฐานเหลี่ยมมุมฉาก โดยด้านหนึ่ง โผล่ ขึ้นมาเหนือน้ำเพียงครึ่งฐาน พระธาตุหนองคาย เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายอย่างมาก ทางจังหวัดจึงได้สร้างพระธาตุองค์จำลองขึ้นมาบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงและบรรจุชิ้นส่วนองค์พระธาตุจากองค์เดิมไว้ภายในองค์พระธาตุ

    Rattanaphon Pattha
  • 15:00
    • นำคณะแวะถ่ายรูปแลนด์มาร์คหนองคายที่ ลานพญานาคคู่ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและนำคณะนมัสการ "หลวงพ่อพระบุญคุ้ม" วัดลำดวน ซึ่งอยู่ตรงข้ามลานพญานาคคู่และชมวิวสวยๆของแม่น้ำโขงจากด้านบน
    ลานพญานาคคู่ แลนด์มาร์คของเมืองหนองคาย ตั้งอยู่หน้าวัดลำดวน เขตเทศบาลเมืองหนองค...

    ลานพญานาคคู่ แลนด์มาร์คของเมืองหนองคาย ตั้งอยู่หน้าวัดลำดวน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ติดกับตลาดท่าเสด็จ เป็นลานวัฒนธรรมที่ใช้ในงานต่างๆ หากใครที่ไปตัวเมืองหนองคายผ่านริมฝั่งโขงหรือตลาดท่าเสด็จ ช่วงเย็นอย่าลืมแวะลานพญานาค สถานที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานชมบรรยากาศของแสงสีทองในยามเย็น มีร้านอาหาร ร้านขายของ อย่างเช่นเมนู จิ้มจุ่ม หมูกระทะหลายร้าน

    Rattanaphon Pattha
  • 15:30
    • นำคณะเลือกซื้อสินค้าของฝาก ที่ ตลาดสินค้าอินโดจีน หรือ ตลาดท่าเสด็จให้คณะเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น ลาว จีน เวียดนาม
    ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีนและยุ...

    ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีนและยุโรปตะวันออกมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องครัว "ตลาดท่าเสด็จ" "ตลาดท่าเรือ" หรือ"ตลาดอินโดจีน" ไม่ว่าจะชื่อไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเหมือนกันซึ่งที่มาของชื่อตลาดก็ตั้งกันตามลักษณะของตลาดนี่แหละครับ อย่างชื่อแรกที่เรียกกันว่า "ตลาดอินโดจีน" ก็เป็นเพราะ ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็นไทยลาว เวียดนาม จีน ฯลฯ ส่วนที่มาของอีกสองชื่อก็เริ่มมาจาก ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย- ลาวท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนริมแม่น้ำโขงแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นจุดผ่านแดนถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณนี้จึงมีเรือข้ามฟากสัญจรไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำโขงอย่างคึกคักคนท้องถิ่นจึงนิยมเรียกชื่อตลาดแห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า"ตลาดท่าเรือ" ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 ได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" พร้อมด้วย "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ" ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดหนองคายและได้เสด็จฯ ขึ้นจากเรือพระที่นั่ง ณ ท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนแห่งนี้ภายหลัง "ตลาดท่าเรือ" จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น "ตลาดท่าเสด็จ" และเรียกติดปากกันมาจนปัจจุบัน ประเภทของสินค้าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดท่าเสด็จนี้ก็หลากหลายไม่แพ้ที่ไหน ๆ เริ่มกันตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ธรรมดา ๆ เครื่องไฟฟ้า ของเด็กเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับผ้าทอมือเครื่องครัว เครื่องกระเบื้อง ของแต่งบ้าน เครื่องมือช่าง ขนมขบเคี้ยว ของแห้ง ผลไม้สดผลไม้แห้งแม้กระทั่งอาหารปรุงสำเร็จก็มีให้เลือกซื้ออีกสารพัด ส่วนของฝากขึ้นชื่อที่เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดซื้อติดมือกลับบ้านไปก็คือ หมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกอีสาน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายร้าน เราสามารถเลือกชิมและต่อรองราคากันได้ ถูกใจร้านไหนก็ซื้อหากันได้เต็มที่ ส่วนพื้นที่ช่วงตอนกลาง ๆ ของตลาดท่าเสด็จ จะมีร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายในพระบรมราชินูปถัมภ์ตั้งอยู่ นอกจากสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่คัดสรรกันมาให้เลือกซื้อหาแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกับป้ายพญานาคสองเศียรไว้เป็นที่ระลึก ถ้าเดินช็อปกันมาเหนื่อย ๆ ก็แวะพักดื่มน้ำ จิบกาแฟกันได้ ทั้งทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่สวยงาม และมุมถ่ายภาพเก๋ ๆ ที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำเลบริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ

    Rattanaphon Pattha
  • 17:30
    • รับประทานอาหารค่ำที่ ร้านแดงแหนมเนือง (มื้อที่5)
  • 18:30
    • นำท่านเข้าเช็คอินที่ โรงแรมอมันตา หนองคาย หรือ เทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม 3 : พระธาตุบังพวน-วัดป่าคำชะโนด-กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)
  • 07:00
    • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่6)
  • 08:00
    • นำคณะเดินทางสู่ วัดพระธาตุบังพวนเพื่อสักการบูชาพระธาตุบังพวน
    วัดพระธาตุบังพวน พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง เป็นอีกหนึ่...

    วัดพระธาตุบังพวน พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวหนองคาย ต้องมากราบสักการะองค์พระธาตุบังพวนอันศักดิ์สิทธิ์ และที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องกราบไหว้องค์พญานาคมุจลินท์ ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าหากขอพรใดๆก็จะประสบผลสำเร็จตามที่ขอ พระธาตุบังพวน เจดีย์เก่าแก่บรรจุพระบรมสารีริธาตะ เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านาน ตัวองค์พระธาตุเดิมสร้างด้วยอิฐเผา ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่น เป็นสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมาได้พังทลายลงเนื่องจากฐานทรุดเจดีย์องค์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร ที่ยังคงอนุรักษ์โครงสร้างของเสา ผนัง และพระประธาน รวมถึงโบราณวัตถุต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพระประธานที่ปั้นด้วยปูน สระมุจลินท์ หรือ สระพญานาค เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของพญานาคมุจลินท์ ซึ่งมีผู้มากราบไหว้ขอพรเสมอ โดยการตักน้ำมารดศรีษะเพื่อเป็นสิริมคล แต่บ่อน้ำดังกล่าวห้ามไม่ให้ผู้หญิงลงไป แต่สามารถไหว้ขอพรบริเวณศาลพญานาคด้านหน้าสระน้ำ ที่สำคัญ น้ำจากสระมุจลินท์แห่งนี้ ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เคยถูกนำเข้าพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพิธีสำคัญฯ ในรัชกาลปัจจุบันเป็นประจำ อีกด้วย นอกจากองค์พระธาตุแล้ว ยังกลุ่มโบราณสถานที่เรียกว่า สัตตมหาสถาน ที่สร้างขึ้นตามคติพุทธศาสนา หมายถึงการจำลองสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ หลังจากตรัสรู้แล้ว จำนวน 7 แห่ง คือ โพธิบัลลังก์, อนิมมิสเจดีย์ ,รัตนจงกรมเจดีย์, รัตนฆรเจดีย์,อชาปาลนิโครธเจดีย์,มุจลินทเจดีย์ และราชายตนะเจดีย์ ซึ่งในวัดพระธาตุบังพวนแห่งนี้นับเป็นที่เดียวในโลกที่ยังหลงเหลือโบราณสถานอันเป็นสัตตมหาสถานจากอดีตครบทั้ง 7 สิ่ง พระธาตุบังพวน ถือเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ และตำนานอุรังคธาตุ เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบพระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล

    Rattanaphon Pattha
  • 08:30
    • เดินทางถึง พระธาตุบังพวน “เสริมวาสนา” ด้วยการกราบไหว้พระธาตุหัวเหน่าของพระพุทธเจ้า ถือเป็นผู้มีความเจริญ มีโชคลาภ มีวาสนา ฐานะมั่นคง การงานก้าวหน้า มีกินมีใช้ตลอดกาล เปรียบดั่งการไหว้ “องค์ลก” ของคนจีน และภายในบริเวณ วัดพระธาตุบังพวนยังมีกลุ่มสัตตมหาสถาน 1 ใน 4 ของโลก เป็นที่เคารพบูชาของชาว หนองคาย และพุทธศาสนิกชนทั่วไป
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน ที่ ร้านวาสนาปาร์ค (มื้อที่7)
  • บ่าย
    • คณะเดินทางถึง วัดป่าคำชะโนด ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ เกาะตั้งโดดเดี่ยวมีน้ำล้อมรอบภายในเกาะชะโนด มี ศาลพ่อปู่ศรีสุทโธนาคาและแม่ย่าศรีปทุมมานาคี ให้กราบไหว้ขอพรและมีบ่อน้ำศักด์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองมนุษย์และเมืองบาดาล หรือ “วังนาคินทร์”
    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำ...

    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา มีความเชื่อที่ว่า คำชะโนด เป็นสถานที่ขึ้นลงระหว่างมนุษยพิภพกับนาคพิภพของพญาสุทโธนาคราช ผู้สร้างแม่น้ำโขงและเป็นเจ้าของปลาบึก เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดมีพื้นที่ 50 ไร่ มีบ่อน้ำอยู่กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ก่อขอบปูนสูง 60 เซนติเมตร ใกล้กับบ่อน้ำจะมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่ 2 ศาล เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บนถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้า คำชะโนด ต้องถอดรองเท้าไว้บริเวณจุดถอดรองเท้า หรือจะใส่กระเป๋าถือไปก็ได้ จะไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินเข้าไป จากนั้นเดินเข้าไปยังบันไดพญานาคที่ทอดยาวไปถึงบริเวณป่าคำชะโนด สำหรับใครที่อยากไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ–แม่ย่าศรีปทุมมา ด้วยพานบายศรีพญานาคมีร้านขายพานสำหรับสักการะพ่อปู่และแม่ย่าสนนราคาหลักร้อยต้นๆ จะซื้อก่อนเข้าคำชะโนดก็ได้มีร้านตั้งขายอยู่ริมถนนหลายร้าน เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ขึ้นเต็มบริเวณ ชะโนดเป็นภาษาเขมร (โตนด = ต้นตาล) ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณคำชะโนดทุกคนควรจะสำรวมกิริยาอาการ และไปไหว้พระพุทธรูปที่ศาลหลังแรก และไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธก่อน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่มี 2 ศาล เพื่อให้คนที่ไปคำชะโนดได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บน ถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน บริเวณตรงกลางคำชะโนดจะมีบ่อน้ำที่ลึกมาก ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านดุงเล่าว่าไม้ไผ่ 6 ลำ ต่อกันก็หยั่งไม่ถึง และน้ำในบ่อไม่เคยแห้งเลย เชื่อกันว่าบ่อน้ำคำชะโนดทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้ พญาสุทโธนาคราช หากประสงค์จะขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะต้องมาขึ้นที่คำชะโนดเพียงแห่งเดียว เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธบ่อน้ำนี้เป็นบ่อของพญานาคสุทโธจึงเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ดื่มกินรักษาโรคได้ สามารถใช้ลูบหัวเพื่อความเป็นศิริมงคล ด้านหลังของคำชะโนด จัดทำเป็นทางเดินไม้ชมบรรยากาศของป่าคำชะโนด ที่รายล้อมด้วย ต้นไม้สูงใหญ่ โดยเฉพาะต้นชะ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ บางคนที่ชอบเสี่ยงโชคก็เดินไปที่ต้นมะเดื่อและต้นชะโนดเพื่อเฝ้าหา เลขเด็ดบริเวณรากต้นมะเดื่อ ตามความเชื่อที่ว่าจะให้โชคลาภ รวมถึงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกวันก่อนหวยออก บรรยากาศภายในเกาะคำชะโนด เริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางไปกราบไหว้ขอโชคลาภ ทั้งจากศาลปู่ศรีสุทโธและต้นคำชะโนด

    Rattanaphon Pattha
  • 14:30
    • นำคณะเดินทางสู่ หมู่บ้านนาข่า
  • 16:00
    • คณะเดินทางถึง หมู่บ้านนาข่า จ.อุดรธานี ให้ท่านเลือกซื้อสินค้า OTOP ของฝากของ ที่ระลึก ผ้าถุง ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าหมี่ขิด และงานผ้าสวยงามต่างๆ มากมาย
  • 17:30
    • นำคณะเดินทางสู่สนามบินอุดรธานี
  • 19:30
    • ออกเดินทางจากสนามบินอุดรธานี สู่ สนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบิน FD3357 (UTH-DMK 19.30-20.30) **ไม่มีน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง และไม่มีอาหารบนเครื่อง**
  • 20:30
    • เดินทางถึงดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้จอง สำหรับออกใบแจ้งหนี้และใบรับเงินของท่าน

    ชำระค่าทัวร์ ชำระเต็ม เพื่อเป็นการยืนยันการจองจึงจะถือว่าได้ทำการสำรองที่นั่งเสร็จสมบูรณ์ โดยการโอนเงินเข้าทางธนาคารของบริษัทฯ ดังรายละเอียด

เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • เมื่อท่านตกลงชำระค่าทัวร์กับทางบริษัทฯแล้ว ทางบริษัทฯถือว่าท่านรับทราบและยอมรับ เงื่อนไขและข้อตกลงทั้งหมดทุกข้อแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในทุกกรณี

    ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

    ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า

    ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

    ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

    ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่า รักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

    บัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย กรุงเทพฯ-อุดรธานี –กรุงเทพฯ น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง Carry On 7 กิโลกรัม โดยสัมภาระที่จะถือขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่มีของมีคม กรรไกรตัดเล็บ วัตถุ ไวไฟ ของเหลวสามารถโหลดได้ไม่เกินขนาดบรรจุ 100 มล.

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่ามินิบาร์ในห้องพัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น

    ค่าใช้จ่ายและค่าอาหารที่นอกเหนือจากรายการที่ระบุ

    ค่าประกันภัยธรรมชาติ และประกันชีวิตส่วนตัว และประกันสุขภาพ

    ค่าอาหารสำหรับท่านที่ทานเจ มังสวิรัติ และหรืออาหารสำหรับมุสลิม

     ค่าทิปมัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถ จำนวน 300 บาท/ลูกค้า 1 ท่าน

หมายเหตุ
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

    บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ และอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

    หากท่านยกเลิกก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

    ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว

    กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ

    มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿13,549
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿13,549
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿13,549
0 บทวิจารณ์