7 มรดกโลกในไทย 2023 World Heritage Site

ประเทศไทยของเราก็เป็นอีกแห่งที่มี แหล่งมรดกโลก ถึง 7 ที่ ด้วยกัน และเมื่อไม่นานมานี้ ทาง ยูเนสโก UNESCO ก็ได้ประกาศขึ้นทะเบียน เมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกทางทางวัฒนธรรมแห่งล่าสุดของเมืองไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้น ตามเรามา อัปเดต 7 มรดกโลกในไทย 2023 ว่ามีที่ไหนบ้างกัน

แหล่งมรดกโลก หรือ World Heritage Site เป็น พื้นที่ที่ได้รับจากขึ้นทะเบียนจาก ยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งก็คือ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) เป็นสถานที่ซึ่งถือว่าสำคัญต่อประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาติ และได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามสนธิสัญญา โดยจะมีคณะกรรมการ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการคัดเลือกว่า พื้นที่นั้นๆ มีความเหมาะสม ในการพิจารณาให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” หรือไม่ นั่นเอง

สำหรับประเทศไทยเรานั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย ทั้งหมด 7 แหล่งด้วยกัน โดยแบ่งเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม 4 แหล่ง และ แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ซึ่งล่าสุดก็คือ เมืองโบราณศรีเทพ นับเป็นแหล่งมรดกโลก แห่งที่ 7 ของประเทศไทย ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อ วันที่ 19 กันยายน 2023 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นั่นเอง ตามเรามาดูกันว่า มรดกโลกในประเทศไทยของเรานั้น มีที่ไหนบ้าง

 

1. นครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา (Historic City of Ayutthaya)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1991 หรือ พ.ศ.2534

นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (Historic City of Ayutthaya) มีขอบเขตเนื้อที่ถึง 1,810 ไร่ ที่นี่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งมี กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีโบราณ โดยปัจจุบันซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ทั้ง พระปรางค์ และอารามขนาดใหญ่ แสดงถึงความงดงามและความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของอาณาจักรอยุธยาได้เปนอย่างดี

ที่นี่มีโบราณสถานสำคัญมากมายทั้ง พระราชวังโบราณ วัดเก่าแก่ สวน หมู่บ้าน และอื่นๆ ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี ค.ศ.1991 ค่ะ ภายใต้ชื่อ “นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร”

สถานที่สำคัญในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก็คือ วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระราชวังโบราณ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม และ วิหารพระมงคลบพิตร และในช่วงเย็นก็จะมีการเปิดไฟรอบๆ โบราณสถานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามอีกด้วย

 

2. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1991 หรือ พ.ศ.2534

เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) ครอบคลุมพื้นที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยเป็นเมืองหลวงโบราณของไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างจำนวนมาก ที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมไทยนั่นเอง

ในอดีตอาณาจักรสุโขทัยเคยเป็นราชธานีที่มีความเจริญรุ่งเรือง มีสถานที่สำคัญทั้ง พระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ โบราณสถานสำคัญที่น่าสนใจก็คือ วัดมหาธาต วัดชนะสงคราม พระราชวังในสมัยสุโขทัย วัดศรีสวาย วัดศรีชุม วัดช้างรอบ และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยยูเนสโกได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี ค.ศ.1991 โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 3 แหล่งมรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมกับนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง นั่นเอง

 

3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง (Thungyai-Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuaries)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1991 หรือ พ.ศ.2534

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง (Thungyai-Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuaries) เป็น แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายในเขตจังหวัดอุทัยธานี ตาก และกาญจนบุรี ค่ะ โดยมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 622,200 เฮกตาร์

อีกทั้งที่นี่ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีนอีกด้วย ซึ่งประกอบด้วยผืนป่าเกือบทุกประเภทที่มีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ที่นี่เป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ 77% (โดยเฉพาะช้างและเสือ) นกขนาดใหญ่ 50% และสัตว์มีกระดูกสันหลังบก 33% ที่พบในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว ทางยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกผืนป่าแห่งนี้เป็น แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี ค.ศ.1991

นักท่องเที่ยวสามารถไปสัมผัสธรรมชาติที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยจะมีกิจกรรมดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยวสายกรีน เป็นแนวกิจกรรมให้ความรู้ และอนุรักษ์ป่า เช่น การเดินชมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์โป่งช้างเผือก และริมห้วยทับเสลา ชมอาคารอนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร และอื่นๆ

 

4. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (Ban Chiang Archaeological Site)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.1992 หรือ พ.ศ.2535

แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (Ban Chiang Archaeological Site) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ค่ะ โดยที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว เนื่องจากมีการค้นพบว่า บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยและที่ฝังศพของคนก่อนประวัติศาสตร์ คือ ยุคโลหะ เมื่อราวๆ 5,000 กว่าปีมาแล้วนั่นเอง ทำให้ทางยูเนสโกขึ้นทะเบียนที่นี่เป็นแหล่งมรดกโลกในปี ค.ศ.1992 โดยจัดเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

บ้านเชียงแห่งนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมสังคม และเทคโนโลยีของมนุษย์ ทั้งในเรื่องของการเกษตร การผลิต และการใช้โลหะค่ะ โดยศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียง ที่ค้นพบมีทั้ง ภาชนะดินเผาสมัยต้น สมัยกลาง และสมัยปลาย ซึ่งมีเอกลกษณ์ที่โดดเด่น

นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชม และสัมผัสวัฒนธรรมอันเก่าแก่ได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ซึ่งภายในจะจัดแสดงการขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ โดยนักโบราณคดี จัดแสดงการจำลองวิถีชีวิต โบราณวัตถุ และวัฒนธรรมบ้านเชียงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้เราได้เข้าชม

 

5. กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (Dong Phayayen-Khao Yai Forest Complex)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.2005 หรือ พ.ศ.2548

กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (Dong Phayayen-Khao Yai Forest Complex) เป็นผืนป่าตะวันออกที่มีพื้นที่รวมราวๆ 6,155 ตารางกิโลเมตร ค่ะ ซึ่งประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ถึง 6 จังหวัด คือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์

ที่นี่เป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากๆ ค่ะ มีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ทำให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ากว่า 800 ชนิด ตั้งแต่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 112 สายพันธุ์ (รวมทั้งสัตว์น้ำ 2 สายพันธุ์) สัตว์ชนิดนก 392 สายพันธุ์ และสัตว์เลื้อยคลานกว่า 200 สายพันธุ์ ซึ่งมีระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่สำคัญ และยังเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อการอยู่รอดในระยะยาวของสัตว์สายพันธุ์เหล่านี้อีกด้วย

ด้วยความเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากนานาชนิด ทำให้ทางยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็น เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติในปี ค.ศ.2005

 

6. กลุ่มป่าแก่งกระจาน (Kaeng Krachan Forest Complex)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.2021 หรือ พ.ศ.2564

กลุ่มป่าแก่งกระจาน (Kaeng Krachan Forest Complex) แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกกันในเดือน กรกฎาคม 2564 โดยเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 6 ของประเทศไทย

ที่นี่มีพื้นที่ถึง 4,089 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 4 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในหลายจังหวัดทั้ง ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ด้วยความเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องไปกับทิวเขาตะนาวศรี ทำให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชียเลยทีเดียวค่ะ และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ จระเข้น้ำจืด บริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอีกด้วย

 

7. เมืองโบราณศรีเทพ (Si Thep Historical Park)

ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ.2023 หรือ พ.ศ.2566

ล่าสุดในปี 2023 นี้ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน เมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2023 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ค่ะ ทำให้ เมืองโบราณศรีเทพ เพชรบูรณ์ จีงเป็น มรดกโลกในไทย เป็น แห่งที่ 7 นั่นเอง

โดย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ปรากฎร่องรอยหลักฐานสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ รวมไปถึงมีร่องรอยเกี่ยวกับวัฒนธรรมทวารวดีและเขมรประมาณ 800 ปีก่อน จึงเป็นโบราณสถานเก่าแก่ และมีความสำคัญอย่างมาก

 

Thank you

About the author: Guide Toechok

Remember that happiness is a way of travel, not a destination. – Roy M. Goodman
จงจำไว้ว่า ความสุขเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง

Get involved!

Comments

No comments yet